background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิด ‘ไทม์ไลน์’ JKN เร่งลงทุน ทำเงินขาดมือ ก่อนกลายเป็น บจ. เบี้ยวหนี้หุ้นกู้

เปิด ‘ไทม์ไลน์’ JKN เร่งลงทุน ทำเงินขาดมือ ก่อนกลายเป็น บจ. เบี้ยวหนี้หุ้นกู้

การผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ของ “เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป” กลายเป็นกระแสพูดถึงว่ากำลัง “เกิดอะไรขึ้น ?” ทั้งๆ ผลงานมี “กำไร” ก่อนความจริงซ่อนอยู่จะถูกเฉลย ! หลัง “เร่งลงทุนจนมีมูลค่าสูงเกินไป” จนทำให้เงินสดขาดมือ กลายเป็น บจ. เบี้ยวคืนหนี้หุ้นกู้

หาแหล่งเงินภายนอกเข้ามาเติม “สภาพคล่อง” ที่กำลังเจือจางไม่ทัน สารพัดปัญหาก็จะบังเกิดขึ้นทันที !! และ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN ที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 24.55% อย่าง “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” คือหนึ่งในบริษัทที่กำลังเผชิญกับคลื่นขนาดใหญ่ (Storm Surge) ซัด ! บ่งชี้ผ่านในช่วงที่ผ่านมา JKN “เร่งลงทุนที่มีมูลค่าสูงมากเกินไป” ส่งผลให้เกิดการก่อหนี้ขึ้นจำนวนมาก...

สะท้อนผ่านปี 2565 ตัวเลขเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน 2,846.80 ล้านบาท !! ขณะที่ ในปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 608.43 ล้านบาท  และล่าสุด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 121.48 ล้านบาท ดังจะเห็นได้แม้ผลดำเนินงาน JKN จะมีกำไรสุทธิก็ตามแต่ก็ยังไม่มากเท่ากับตัวเลขของการลงทุน...  

ดังจะเห็นว่าผลกำไรหลักร้อยล้าน แต่เงินลงทุนระดับพันล้าน... แล้ว JKN นำเงินจากที่ไหนมาลงทุน ก็คงต้องบอกว่ามาจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่มีเครื่องมือและช่องทางใช้หาแหล่งเงินผ่านการระดมทุนในตลาดทุนได้ทั้ง “ออกหุ้นกู้-เพิ่มทุน-กู้เงิน”   

 

หากเอ่ยถึง JKN เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) ในวันแรกเมื่อ 30 พ.ย. 2560  และใช้เวลาขยายกิจการให้เติบโตจนเลื่อนเข้ามาโลดแล่นซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2563

ปัจจุบัน JKN แยกธุรกิจหลักได้เป็น 5 กลุ่มคือ

1. ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในประเทศ

2. ธุรกิจให้บริการและจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปยังต่างประเทศ

3. ธุรกิจให้บริการเวลาเพื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้า

4. ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์

5. ธุรกิจการบริหารจัดการลิขสิทธิ์นางงามจักรวาล

 

หากย้อนดูการลงทุนของ JKN เริ่มต้นจากความสวยหรูและวาดฝันถึงตัวเลขที่จะเข้ามาสร้าง “ผลตอบแทน” ที่ดีให้บริษัท ทว่าวันนี้ ! การลงทุนหนักๆ ในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นธุรกิจที่ยังไม่สามารถหนุนให้ผลประกอบการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น จึงส่งผลรุนแรงทำให้ “เงินสดขาดมือ”

แม้ว่าที่ผ่านมา JKN จะพยายาม “ระดมทุน” ทุกหนทางทั้งการเพิ่มทุนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แต่ก็ขายได้ไม่ครบตามจำนวนที่ จนกลายเป็นไม่สามารถชำระคืนหนี้หุ้นกู้ 609 ล้านบาท ที่ครบกำหนดไถ่ถอน 1 ก.ย. ที่ผ่านมา และสามารถจ่ายได้เพียงบางส่วนเท่านั้น !!     

ไทม์ไลน์ การลงทุน-ขยายธุรกิจ ของ JKN

กรุงเทพธุรกิจ” จะพาไปย้อนกลับไปดู “ไทม์ไลน์” การลงทุนของ JKN ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการลงทุนขยายธุรกิจอะไรบ้าง ?  

- ปี 2557 ซื้อหุ้น บริษัท เจเคเอ็น บรอดคาสท์ สัดส่วน 70% จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้บริหารของบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายเวลาโฆษณาของสถานีโทรทัศน์ระบบผ่านดาวเทียมของกลุ่มบริษัท และสถานีโทรทัศน์ระบบดิจิทัลซึ่งกลุ่มบริษัทซื้อมาจากทางสถานีระบบดิจิตอล

- ปี 2559 ได้รับสิทธิ์จาก National Broadcasting Company Universal (NBC) เพื่อผลิตและเผยแพร่รายการต่างๆ ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) ในรูปแบบภาษาไทย โดยรายการที่ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ผลิตและออกอากาศ อาทิเช่น รายการข่าวประจำวัน รายการข่าวเศรษฐกิจ เป็นต้น

- ปี 2561 แถลงข่าวความร่วมมือระหว่างทีวีดิจิทัลช่อง 8

- ปี 2561 แถลงข่าวความร่วมมือกับ Bright TV

- ปี 2561 เซ็นสัญญากับ บมจ. บีอีซี เวิลด์ (BEC) เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายลิขสิทธิ์ คอนเทนต์ละครไทยของช่อง 3 นำไปขายตลาดต่างประเทศ

- ปี 2561 ขยายตลาดการขายคอนเทนต์ไปยังต่างประเทศ โดยร่วมงานฮ่องกง อินเตอร์เนชั่นแนล ฟิล์มมาร์ท ประเทศฮ่องกง

- ปี 2562 ต่อสัญญากับ BEC นำลิขสิทธิ์คอนเทนต์ละครไทยของช่อง 3 ไปทำตลาดและจำหน่ายคอนเทนต์ในตลาดต่างประเทศ

- ปี 2563 รายการข่าวระดับโลก CNBC ภายใต้แบรนด์ JKN-CNBC ดำเนินงานโดยบริษัท เจเคเอ็น นิวส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เริ่มออกอากาศทางช่อง GMM 25

- ปี 2564 เปลี่ยนชื่อบริษัทย่อย จากเดิมชื่อ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด เปลี่ยนเป็นชื่อ บริษัท เจเคเอ็น เบสท์ ไลฟ์ จํากัด โดยขยายขอบเขตการทำธุรกิจเป็นการให้บริการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล และการผลิตและจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพ ความงาม และสินค้าอุปโภคบริโภค

- ปี 2564 ซื้อหุ้นสัดส่วน 60% ของ บริษัท เอ็มเอ็น เบฟเวอเรจ โดยทำธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแบบบรรจุขวด และให้บริการในการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า จำนวนเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 76.50 ล้านบาท

- ปี 2564 ซื้อหุ้น บริษัท ไฮ ช็อปปิ้ง (HS) ผู้ทำธุรกิจผลิตรายการทีวีแนะนำ และขายสินค้าหลายช่องทาง ได้แก่ (1) ช่องนำสัญญาณผ่านระบบดาวเทียม (2) ระบบเคเบิ้ล (3) ระบบดิจิทัล (4) ระบบเครือข่ายโทรคมนาคมอื่นๆ

- ล่าสุดปี 2565 เข้าซื้อกิจการของ Miss Universe Organization ซึ่งเป็นผู้จัดประกวดนางงามจักรวาลของสหรัฐ จำนวน 800 ล้านบาท กลายเป็นเจ้าของใหม่ของ นางงามจักรวาล ที่สามารถจัดประกวดนางงามแบบครบวงจรได้ทั่วโลก

 

ดังนั้น การลงทุนหนักเกินไปอย่างต่อเนื่อง สวนทางผลตอบแทนยังเข้ามาไม่มีนัยสำคัญ สุดท้ายสภาพคล่องของธุรกิจก็ถูกฉุดรั้งลดลงไปเรื่อยๆ  และการผิดนัดชำระหุ้นกู้ครั้งนี้ เป็นตัวเฉลยปัญหาที่ซ่อนอยู่ภายในองค์กรแห่งนี้ ซึ่งไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ว่ากระทบต่อ “ความเชื่อมั่นของนักลงทุน” เต็มๆ !!