BANPU เซอร์ไพรส์งบ Q2/2566 ปัจจัยบวกลุ้นเทรดดิ้งครึ่งปีหลัง

สถานการณ์หุ้นคอมมูนิตี้พลิกจากปี 2565 ที่ราคาพลังงาน น้ำมัน–ถ่านหินและก๊าซธรรมชาติพุ่งจนเป็นปัญหาเงินเฟ้อทะยานสูงขึ้นทั่วโลก เมื่อราคาพลังงานกลับสู่ภาวะปกติทำให้หุ้นที่อิงกับราคาดังกล่าวได้รับผลกระทบตามมาอย่าง บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU
ย้อนไปไตรมาส 2 ปี 2565 BANPU มีแต่สารพัดปัจจัยบวกเฉพาะราคาถ่านหินครึ่งปีแรก2564 ทะลุหลักร้อย ที่ 152.37 ดอลลาร์ต่อตัน ( 30 ก.ค.64) ช่วงปลายปี 2563 ราคาถ่านหินอยู่ที่ระดับ 70 ดอลลาร์ต่อตัน และราคายังขึ้นไปทำสูงสุดที่ 146 ดอลลาร์ต่อตัน สูงสุดในรอบ 12 ปี ช่วงปี 2565
หรือราคาก๊าซธรรมชาติทำราคาขึ้นมาสูงผิดหูผิดตาในปี 2565 ราคาก๊าซ (Natural Gas) อยู่ที่ 8.23 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ส่วนราคาถ่านหินใน 3 ตลาดใหญ่ของโลกเกาะราคาสูงเหนียวแน่น เริ่มจาก Newcastle อยู่ที่ 405.50 ตันต่อดอลลาร์ , Rotterdam 327.64 ตันต่อดอลลาร์ และ Richard Bay 372 ตันต่อดอลลาร์
เกิดความคาดหวังผลประกอบการกำไรในกลุ่มที่เกี่ยวข้องเห็นตัวเลขอู้ฟู้ทำสถิตินิวไฮ ปรากฎ BANPU มีทั้งธุรกิจถ่านหินต้นน้ำและก๊าซธรรมชาติทำกำไรไม่ได้สูงเกินคาดการณ์ไว้เพราะมีการขายที่ราคาเฮดจิ้งเพื่อลดความเสี่ยงของราคาสินค้าคอมมูนิตี้เหล่านี้
ดังนั้นจึงทำให้ราคาหุ้น BANPU เข้าสู่สายย่อจากราคาพุ่งทะยาน 14 บาท ปรับตัวลงต่อเนื่องมาลงลึกเกือบหลุด 8.00 บาท ท่ามกลางนักลงทุนในหุ้นจำนวนมากขึ้นหลังมีการเพิ่มทุนครั้งใหญ่เพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดมากขึ้น
สำหรับ "ไตรมาส 2 ปี 2566" ราคาหุ้นร่วงรับข่าวล่วงหน้าเมื่อพลิกขาดทุน 13 ล้านดอลลาร์ หรือ 445 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไร 12,789 ล้านบาท โดยรายได้ลดลงอยู่ที่ 1,112 ล้านดอลลาร์ หรือ 38,330 ล้านบาท จากทั้ง 3 ธุรกิจ ธุรกิจถ่านหิน 821 ล้านดอลลาร์ ลดลง 34 % ธุรกิจก๊าซ 145 ล้านดอลลาร์ ลดลง 63 % และธุรกิจไฟฟ้าและไอน้ำ 97 ล้านดอลลาร์ ลดลง 30 %
ส่องดูราคาขายเฉลี่ยของถ่านหิน 109.16 ดอลลาร์ต่อตันลดลง 30% โดยมีเหมืองอินโดฯที่ 114.23 6 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลง 44 % เหมืองออสเตรเลีย 162.38 ดอลลาร์ต่อตัน ลดลง 6 % ส่วนราคาท้องถิ่นก๊าซเฉลี่ย 1.92 ดอลลาร์ต่อพันลูกบาศก์ฟุต
ฐานกำไรที่สูงปี 2565 เหตุการณ์ไม่ปกติเพราะเป็นช่วงวิกฤติพลังงานจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน นำไปสู่สหรัฐและยุโรป พร้อมทั้งยังมีรายการเซอร์ไพรส์เข้ามาอย่างในงวดไตรมาส 2ปี 2566 มีรายการกรายการภาษีจ่ายสูงกว่าคาด Effective Tax Rate 73% (เทียบกับ 10% ใน 1Q66 และ 26% ใน 2Q65) เป็นภาษีที่เพิ่มขึ้นมาจากส่วนของเงินปันผลรับจากITMG 31 ล้านดอลลาร์
อย่างไงก็ตาม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) กำไรสุทธิครึ่งปีแรกปี 2566 คิดเป็น 35% ของคาดการณ์ทั้งปี แต่คาดแนวโน้มครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น คงประมาณการณ์ปี 2566 ที่ 1.3 หมื่นล้านบาทแม้ช่วง ไตรมาส 3 ปี 2566 ปัจจัยลบจากการปรับตัวลงของราคาถ่านหิน, กำไรค่าเงิน ลดลง, ช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าหงสา
ด้วยปริมาณขายถ่านหินเพิ่มขึ้นเนื่องจากเป็นฤดูแล้งของอินโดนีเซีย ,สัญญาราคาขายถ่านหินDomestic ของเหมืองออสเตรเลียปรับสูงขึ้น , ต้นทุนผลิตถ่านหินลดลงตามค่าภาคหลวงและการผลิตที่ราบรื่น ,รับรู้รายได้จากการปิดดีลโรงไฟฟ้า Temple II ,ราคาก๊าซธรรมชาติฟื้นตัวโดย (3QTD Henry Hub เฉลี่ยUS$2.6/mmbtu +14% QoQ) และอัตราภาษีจ่ายกลับสู่ระดับปกติ
บวกกับช่วงไฮซีซันราคาถ่านหิน -ก๊าซปลายปี ก่อนเข้าฤดูหนาว โอกาสพิจารณาเข้าสู่รอบปรับน้ำหนักดัชนี MSCI (เดือนส.ค.) และ ราคาหุ้นมี Downside จำกัดจาก Valuation ไม่แพง โดยPBV อยู่ต่ำเพียง 0.7 เท่า และมาร์เก็ตแคปปัจจุบันสะท้อนเพียงมูลค่าหุ้นITMG และ BPP เท่านั้น
เชิงกลยุทธ์มองว่าสามารถทยอยสะสมช่วงหุ้นอ่อนตัวเพื่อรับการฟื้นตัวที่ดีในไตรมาส 4 เป็น “TRADING” ราคาเหมาะสม 10.00 บาท







