“หุ้นไทยวันนี้” ปิดตลาดเช้านี้ (10 ส.ค. 66) เวลา 12.30 น. ดัชนีเปิดอยู่ที่ 1,521.00 จุด ปรับตัวลดลง 7.30จุด หรือ เปลี่ยนแปลง 0.45 % มูลค่าการซื้อขาย 31,176.04 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,531.49 จุด และทำจุดต่ำสุด 1,518.62 จุด
5 อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- PTTEP ปิดที่ 166.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.84%
- BH ปิดที่ 242.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.68%
- BANPU ปิดที่ 9.65 บาท เพิ่มขึ้น 2.66%
- KBANK ปิดที่ 126.00บาท ลดลง 0.79%
- PTT ปิดที่ 35.25บาท เพิ่มขึ้น 0.71%
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า “หุ้นไทยวันนี้” เคลื่อนไหวแคบๆ ออกด้านข้าง โดยมีแรงเก็งกำไรหุ้นงบไตรมาส 2/66 ดี ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ โดยเฉพาะ BH ที่มีแรงเก็งกำไรหนาแน่น มีกำไรดีกว่าคาดและมีการจ่ายเงินปันผล นอกจากนี้กลุ่มพลังงานก็ปรับตัวขึ้นมาตามราคาพลังงาน อาทิ PTTEP, PTT, TOP จากราคาน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วน Domestic Play อาทิ กลุ่มโรงไฟฟ้า , BJC ถูกขายออกมา เนื่องจากโรงไฟฟ้ารับราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น ส่วน BJC ผลประกอบการไตรมาส 2/66 ต่ำกว่าคาด ทำให้ภาพตลาดเช้านี้มีทั้งแรงซื้อและแรงขายผสมกันในหุ้นใหญ่
นอกจากนี้ ตลาดติดตามพัฒนาการเมืองที่พรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในวันนี้ได้ 10 เสียงจากพรรคชาติพัฒนาเข้ามาเติมเสียงในฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล ทำให้มีจำนวน 238 เสียงแล้ว และรอดูภายในสัปดาห์นี้จะมีจำนวนเสียงเข้ามาเติมให้กับพรรคร่วมรัฐบาลเข้ามาหรือไม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยระบุว่ารวมเสียงโหวตนายกรัฐมนตรีได้มากเกินกึ่งหนึ่ง หรือ 250 เสียง โดยหากทำได้ คาดว่าดัชนี SET จะกลับมาที่เดิม ระดับ 1,540-1,550 จุด ที่เป็นช่วงศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนการพิจารณารับคำร้อกรณีรัฐสภามีมติตีความว่าการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา
แนวโน้มตลาดช่วงบ่าย นายณัฐพล คาดว่าตลาดจะแกว่งไซด์เวย์รอดูจำนวนเสียงที่เข้ามาเติมให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยให้แนวรับที่ 1,522 จุด แนวต้านที่ 1,530 จุด





