วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เส้นทาง ‘ชนินทร์’ โอนเงินพันล้าน คดีหุ้น STARK สะเทือนถึง ‘เครดิต สวิส’

เส้นทาง ‘ชนินทร์’ โอนเงินพันล้าน คดีหุ้น STARK สะเทือนถึง ‘เครดิต สวิส’

เปิดเส้นทางโอนเงิน “ชนินทร์ เย็นสุดใจ” อดีตบอร์ด STARK คดีมหกรรมฉ้อโกงนับหมื่นล้าน พบโอนเงินกว่า 1.4 พันล้านบาท ผ่านบัญชี “เครดิต สวิส” เริ่มทยอยโยกออกตั้งแต่เดือนมี.ค.ช่วงที่ผู้สอบบัญชีเริ่มสงสัยงบการเงิน 

ดูเหมือนว่าคดี บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ที่กำลังจะกลายเป็น “มหกรรมฉ้อโกง” ผู้ลงทุนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ “วงการตลาดทุน” เท่านั้น

เพราะจากหลักฐานที่ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้มา คงต้องตั้งคำถามดังๆ ไปยัง “แวดวงการเงิน” โดยเฉพาะองค์กรกำกับดูแลอย่าง ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่าทำไมจึงปล่อยให้มีเงินจำนวนมากถูกโอนออกนอกประเทศในนามของ “ชนินทร์ เย็นสุดใจ” ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงเงินจาก STARK นับพันล้านบาท โดยที่เงินจำนวนนี้ถูกโอนออกจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง “เครดิต สวิส” จึงเป็นอีกบริษัทที่ควรต้องตอบคำถามกับสังคม

หลักฐานที่ “กรุงเทพธุรกิจ” ได้มาพบว่า มีเงินจำนวนกว่า 41.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,400 ล้านบาท ถูกโอนออกจากบัญชีของ “ชนินทร์ เย็นสุดใจ” อดีตประธานบอร์ด STARK ในช่วงระหว่างเดือนมี.ค.-มิ.ย.2566 ซึ่งเป็นการโอนออกจากบัญชีธนาคารเครดิต สวิส เลขที่บัญชี 37049

เท่าที่ทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจได้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของบัญชีนี้ พบข้อสงสัยมากมาย เพราะนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2565 ไปจนถึงเดือนก.พ.2566 บัญชีนี้แทบไม่มีการเคลื่อนไหวหรือมีธุรกรรมการเงินใดๆ เกิดขึ้น

จนกระทั่งเดือนมี.ค.2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้สอบบัญชีเริ่มพบพิรุธในงบการเงินของ STARK จนบริษัทต้องเลื่อนกำหนดการส่งงบการเงินปี 2565 ออกไป ก็พบว่า บัญชีนี้เริ่มมีการโอนเงินออกนอกประเทศอย่างผิดปกติ

- เดือน มี.ค.2566 มียอดโอนเงินออกรวม 19,010,596 ดอลลาร์ หรือประมาณ 646.4 ล้านบาท

- เดือน เม.ย.2566 มียอดเงินโอนออกรวม 8,000,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 272 ล้านบาท

- เดือน พ.ค.2566 มียอดเงินโอนออกรวม 13,085,136 ดอลลาร์ หรือประมาณ 444.9 ล้านบาท

- เดือน มิ.ย.2566 มียอดเงินโอนออกรวม 1,501,154 ดอลลาร์ หรือประมาณ 51 ล้านบาท

จากข้อมูลดังกล่าว กลายเป็นคำถามว่าทำไม เครดิต สวิส สถาบันการเงินระดับโลกจึงยอมให้มีการโอนเงินจำนวนมากออกนอกประเทศทั้งที่ช่วงเวลาดังกล่าว STARK กำลังเป็นคดีดังที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมในเรื่องการฉ้อโกง และยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้บริหารของ STARK ได้ร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) แล้วด้วย

ที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลจึงยอมปล่อยให้มีเงินจำนวนมากถูกโอนออกจากบัญชีของผู้กระทำผิดไปยังต่างประเทศจำนวนมากเช่นนี้

แหล่งข่าวรายหนึ่งในแวดวงสถาบันการเงิน ตั้งคำถามกับทีมข่าวกรุงเทพธุรกิจว่า การโอนเงินจำนวนมากท่ามกลางข้อครหาจากสังคมเกี่ยวกับคดีทุจริต สะท้อนว่าหน่วยงาน คอมไพลอันซ์ ของธนาคาร ซึ่งต้องทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสถาบันการเงินมีความประมาทเลินเล่อหรือบกพร่องต่อการทำหน้าที่ของตัวเองหรือไม่

ประเด็นที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นคำถามที่นำไปสู่ระบบการทำงานของทั้งแวดวงตลาดทุนและตลาดเงินว่า ทำไมทั้ง ก.ล.ต. ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลตลาดทุน และ ธปท. ที่มีหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน จึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาได้ ที่สำคัญคดีฉ้อโกงใน STARK มีมูลค่ารวมกันหลายหมื่นล้านบาท มีผู้เสียหายนับหมื่นคน และกำลังส่งผลเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจไทยด้วย

สำหรับความคืบหน้าคดี STARK ล่าสุด DSI ได้ออกหมายจับผู้ต้องหารวม 3 ราย คือ 1.นายชนินทร์ ซึ่งได้หนีออกนอกประเทศไปแล้ว 2.นายศรัทธา จันทรเศรษฐเลิศ และ 3.นางสาวยศบวร อำมฤต ซึ่งทั้ง นายศรัทธา และ นางสาวยศบวร ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่ปฎิเสธทุกข้อกล่าวหาและมีการขอประกันตัวออกไป

ส่วนในสัปดาห์นี้ทาง DSI ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 3 ราย คือ 1.นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ขอเลื่อนการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าป่วยซึ่งมีหนังสือรับรองแพทย์มาแสดง 2.นายชินวัฒน์ อัศวโภคี และ 3.นายกิตติศักดิ์ จิตต์ประเสริฐงาม