บรรดา หุ้นแบงก์ใหญ่ กำลังเตรียมเปิดงบ ไตรมาส 2 ปี 2566 ทำให้นักลงทุนเตรียมเกาะติดกัน เพราะแนวโน้ม และตามคาดการณ์ “กำไรจะเติบโต” และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากเทรนดอกเบี้ยขาขึ้น
๐๐๐ ฝันร้าย KBANK
บรรดา หุ้นแบงก์ใหญ่ กำลังเตรียมเปิดงบ ไตรมาส 2 ปี 2566 ทำให้นักลงทุนเตรียมเกาะติดกันเพราะแนวโน้ม และตามคาดการณ์ “กำไรจะเติบโต” และมีแนวโน้มดีต่อเนื่องจากเทรนดอกเบี้ยขาขึ้น
แต่ที่น่าจับตาคือ งบ KBANK ที่รอบนี้มีแรงซื้อ และผสมแรงขายผิดไปจากแบงก์ใหญ่รายอื่น หากอิงกับปัจจัยการเมืองเทขายทำกำไรคงไม่แปลก
แต่มีกระแสมาเพิ่มว่างบที่จะออกเจอ “เซอร์ไพรส์” ถ้าดีคือ กำไรโตกว่าคาด แต่ที่ “เกินการณ์” ตัวเลข หนี้เสีย อาจพาตะลึง
ช่วงไตรมาส 1/2566 รับผลกระทบสินเชื่อธุรกิจต้องตั้งสำรองฯ ทันที ประเมินแล้ว อาจไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงใช้สำรองส่วนเกิน Management overlay ที่ตั้งไว้เผื่อราว 20% ของสำรองทั้งหมด
ถ้างบคราวนี้ ตั้งสำรองฯ ที่เหลือ ทั้งหมดจะ กระทบกำไร ขนาดไหน ... งบออก 21 ก.ค. รู้กัน
๐๐๐
ตลาดหุ้นไทยกลับมาอยู่โหมดระมัดระวังหลังดัชนีหุ้นปรับตัวต่อเนื่องรับข่าว เปลี่ยนแกนนำรัฐบาล ซึ่งได้มีการกำหนด “โหวตนายกฯ” รอบ 3 วันที่ 27 ก.ค. 2566
๐๐๐
ด้าน 8 พรรคร่วมตั้งรัฐบาลเตรียมประชุมหารือ ซึ่งพรรคเพื่อไทยระบุยังให้สิทธิพรรคก้าวไกล ดำเนินการทุกกระบวนการว่าจะมีท่าทีอย่างไร แต่มีการคาดการณ์ออกมาแล้วว่า เงื่อนไขจับขั้วทางการเมือง เพื่อขึ้นเป็นนายกฯ และรัฐบาลรอบที่ 3 ถูกบังคับให้กลายเป็น “เพื่อไทย+ภูมิใจไทย+พลังประชารัฐ” มากขึ้นเพราะการมีพรรค “ก้าวไกล” อาจไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว.
๐๐๐
ด้าน ตลาดหุ้นไทยยังกลับมาแกว่งตัว รอความชัดเจน และมีการเทขายทำกำไรลดความเสี่ยง ดัชนีมาปิดตลาด
๐๐๐
พักการเมืองจับตางบ Q2/2566 ของ แบงก์ใหญ่ ทั้ง KBANK-BBL-SCB-KTB แรงหนุนจาก NIM ที่เพิ่มสูงขึ้น และผู้ว่าฯ ธปท. ประเมินเงินเฟ้อลดลงต่ำกว่าคาดแต่แค่ชั่วคราว ทำให้คาดการณ์การส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ช่วง ส.ค. พุ่งเป้าไปที่ BBL ที่คาดว่าจะโชว์กำไรเติบโตแซงหน้าเพื่อนในกลุ่ม
บล.พาย “ซื้อ” BBLมูลค่าพื้นฐาน 190 บาท กําไรสุทธิ Q 2/2566
๐๐๐
ด้าน “หุ้นไฟแนนซ์” เจอแรงขายถล่ม ทั้ง MTC ราคาหุ้นปิด 36.50 บาท ลดลง 3.31 % SAWAD ปิด 47.50 บาท ลดลง 3.06 % หลัง ธปท.เตรียมออกมาตรการแก้หนี้ครัวเรือนมีผล 1 ม.ค. 2567 รวมถึงมาตรการแก้หนี้เรื้อรังภายใน 1 เม.ย. 2567
บล.ดาโอ มองผลกระทบกลุ่มธนาคาร โดยหุ้นในกลุ่มธนาคารที่จะได้รับผลกระทบเรียงจากมากไปน้อย อิงสัดส่วนสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล คือ KTB (23% ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรของราชการ ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยกว่าบุคคลธรรมดา), BAY (11%), KBANK (9%), SCB (6%) และ TTB (4%)
อย่างไรก็ดีคาดว่าประเด็นดังกล่าวจะกระทบต่อกำไรสุทธิในกลุ่มไม่มาก ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” เลือก BBL (ซื้อ/เป้า 195.00 บาท) และ KTB (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท) เป็น Top pick
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





