หุ้นใหญ่ในตลาดหุ้นไทยที่สามารถชี้นำดัชนีได้ในเวลานี้คงหนีไม่พ้น บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ที่กลับมาทำการซื้อขายไร้มาตรการกำกับด้านการซื้อขายหุ้นตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2566
ก่อนหน้านี้ DELTA เผชิญแรงขายหลังเข้าเกณฑ์กำกับซื้อขายระดับที่ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance ตั้งแต่ 20 มิ.ย. 2566 - 10 ก.ค.2566 จนทำให้ราคาหุ้นที่ทำนิวไฮ 119.00 บาท (19 มิ.ย. 66) นับตั้งแต่แตกพาร์เปลี่ยนแปลงหน่วยการซื้อขายหุ้น จากเดิมหน่วยละ 100 หุ้น เป็น 50 หุ้น ไปเมื่อต้นก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากหลักทรัพย์มีราคาปิดตั้งแต่ 500.00 บาทขึ้นไป เป็นระยะเวลา 6 เดือนติดต่อกัน
ราคาหุ้นหลุดระดับ 100.00 บาท มาอย่างต่อเนื่องถึง 13 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. -7 ก.ค. 2566 จนราคากลับมายืนเหนือ 100 บาท หลังมีสัญญาณไม่ต่ออายุมาตรการหรือไปสู่ระดับ 2 ทำให้ราคาหุ้นหลังปลดมาตรการแล้วปิดที่ราคา 101.00 บาทไม่เปลี่ยนแปลง (11 ก.ค. )
ปัจจัยสำคัญมาจากราคาหุ้นลงมารับข่าวแล้วช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งมีการเทขายทำการตามสถานการณ์ผสมไปด้วย ดังนั้นเมื่อ DELTA ยังคงอยู่ในดัชนี SET 50 – SET 100 จึงยังเป็นหุ้นจำเป็นสำหรับกองทุน และสถาบันที่ต้องเข้าการถือครองหุ้นอิงกับดัชนีหุ้นไทย
หากแต่การกลับมาซื้อขายปราศจากมาตรการกำกับครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลใจหนักกว่าเดิม เพราะที่ผ่านมา DELTA มีแรงเก็งกำไรราคาหุ้นจนทำให้ในรอบปี 2566 เข้ามาตรการมาแล้ว 2 รอบ ซึ่ง รอบ 1 คือ หุ้น DELTA เข้ามาตรการระดับ 1 ตั้งแต่ 3 เม.ย. 2566 - 21 เม.ย.2566 และ DELTA A01P2305A ตั้งแต่ 3 เม.ย. 2566 - 7 เม.ย. 2566 ขณะที่ช่วงปี 2565 ไม่มีเข้ามาตรการแต่อย่างใด
ส่วนปี 2564 เข้ามาตรการกำกับซื้อขาย 5 ครั้ง เป็นการเข้ามาตรการระดับที่ 1 ตั้งแต่ 27 ม.ค.2564 -16 ก.พ. 2564 และขยับเข้าสู่มาตรการระดับที่ 2 ห้าม Net Settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance 16 ก.พ. 2564 - 8 มี.ค. 2564
เดือนพ.ค. ใช้มาตรการระดับ 1 ตั้งแต่ 13 พ.ค.2664 - 2 มิ.ย.2564 และห่างเพียง 2 สัปดาห์ เข้าสู่มาตรการระดับที่ 1 อีกครั้ง 24 มิ.ย. 2564 – 14 ก.ค.2564 และขยับเข้าสู่มาตรการระดับที่ 2 ตั้งแต่ 16 ก.ค. 2564 - 5 ส.ค.2564
โดยมีประเด็นการถูกดำเนินมาตรการอีกครั้งทำให้ DELTA เสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะหลุด SET50 สำหรับงวดคำนวณครึ่งปีแรก 2567 เพราะถ้าตั้งแต่เกิดกรณีในเดือนส.ค. - พ.ย.2566 ไปติด Cash Balance อีก 1 ครั้งจะทำให้หลุด SET50 รอบที่จะมีผล 1 ม.ค. 2567 ทันที
บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า จากเกณฑ์สภาพคล่องที่ต้องมีมูลค่าซื้อขายสูง จน Turnover สะสมต่อเดือน > 2% และไม่รวมเดือนที่ติด Cash Balance หรือ Trading Alert ในช่วงเดือนธ.ค.2565 - พ.ย.2566 แต่ปัจจุบัน DELTA ติด Cash Balance ไปแล้ว 3 เดือน (เม.ย. 66, มิ.ย. 66, ก.ค. 66) ถ้า DELTA ติด Cash Balance เพิ่ม 1 เดือน หรือมูลค่าซื้อขายเดือนใดเดือนหนึ่งในช่วง ส.ค.- พ.ย. 2566 < 2% ก็จะหลุดเกณฑ์หุ้นเข้า SET50 และ SET100 ในการคำนวณรอบครึ่งปีแรก 2567 ทันที ส่งผลให้ความสนใจในการลงทุนหุ้น DELTA จากสถาบัน ลดลงตามไปด้วย
ขณะที่มูลค่าซื้อขายหุ้นไทยลดลงแล้ว มีโอกาสลดลงอีก เนื่องจาก DELTA เคยมีสัดส่วนมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยในตลาดราว 4.1% แต่ช่วงติด Trading Alert (3 - 21 เม.ย.66) ทำให้บางวันเหลือสัดส่วนมูลค่าซื้อขายในตลาดราว 1% เท่านั้น
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า DELTA ติด TRADING ALERT ในปีนี้ 3 เดือนแล้ว หากมีการติดเพิ่มอีก 1 เดือนในระยะถัดไปจะทำให้หุ้นเข้าเกณฑ์ที่จะหลุดจากการคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 ที่จะประกาศในรอบถัดไป หรือรอบครึ่งปีแรก 2567 ที่จะประกาศในเดือนธ.ค.2566
ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการระยะสั้น คาดกำไรปกติไตรมาส 2 ปี 2566 ฟื้นตัว( QoQ) แต่ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน ( YoY) ไม่สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นร้อนแรง แนะนำให้นักลงทุนระมัดระวังการเก็งกำไร คงคำแนะนำ "ขาย” DELTA อิงราคาเหมาะสม 52.50 บาท/หุ้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





