“หุ้นไทย” ปิดตลาดเช้านี้ (19 เม.ย. 66) เวลา 12.30 น. ดัชนีเปิดอยู่ที่ 1,588.17 จุด ปรับตัวลดลง 5.68 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.36 % มูลค่าการซื้อขาย 28,844.46 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,595.08 จุด และทำจุดต่ำสุด 1,581.55 จุด
- อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- CPALL ปิดที่ 64.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.98%
- BDMS ปิดที่ 29.50 บาท ลดลง 1.67%
- TISCO ปิดที่ 100.00บาท ลดลง 1.48%
- AOT ปิดที่ 72.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.34%
- KBANK ปิดที่ 132.00 บาท ลดลง 0.38%
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันนี้ยังคงแกว่งไซด์เวย์ สอดคล้องตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาสนับสนุน หลังจากผลประกอบการไตรมาส 1/66 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ทยอยออกมา นำโดยกลุ่มแบงก์-ไฟแนนซ์ ประเดิมจาก บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO),บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ก็เป็นไปตามที่ตลาดคาด ไม่มีเซอร์ไพร์สตลาด เช่นเดียวกับต่างประเทศที่ผลประกอบการ บจ.ก็เป็นไปตามคาดการณ์ ทำให้ภาพรวมขาดปัจจัยใหม่
ทั้งนี้ มองว่านักลงทุนน่าจะไปรอประเด็นใหญ่ คือ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในช่วงต้นเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ประเด็นสำคัญอยู่ที่การส่งสัญญาณว่าจะหยุดขึ้นดอกเบี้ยและปรับลดดอกเบี้ยลงเมื่อใด หากเฟดส่งสัญญาณชัดเจนก็จะเป็นผลดีต่อตลาด แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดน่าจะยังคงแกว่งในกรอบแคบๆ ต่อไป โดยให้แนวรับ 1,585 จุด และแนวต้าน 1,598 จุด




