ดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันพฤหัสบดี(13 เม.ย.)ปรับตัวขึ้น 383 จุด หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ต่ำกว่าคาดและตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด ทำให้นักลงทุนเก็งว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 383.19 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 34,029.69 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 54.27 จุด หรือ 1.33% ปิดที่ 4,146.22 จุด และดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 236.93 จุด หรือ 1.99% ปิดที่ 12,166.27 จุด
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนมี.ค.ในวันนี้ โดยดัชนี PPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยชะลอตัวจากระดับ 4.9% ในเดือนก.พ.
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 239,000 รายในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งสิ้นสุดวันที่ 8 เม.ย. เพิ่มขึ้นจากระดับ 228,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งปรับตัวขึ้นสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 232,000 ราย อันเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานเริ่มคลายตัว
รายงานการประชุมเฟดเดือนมี.ค.บ่งชี้ว่า ผู้กำหนดนโยบายของเฟดหลายรายพิจารณาถึงการระงับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากคาดการณ์ว่า ปัญหาในภาคธนาคารจะทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย
บริษัทจดทะเบียนของสหรัฐจะเริ่มรายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้ โดยธนาคารขนาดใหญ่ ได้แก่ เจพีมอร์แกน เชส, ซิตี้กรุ๊ป และเวลส์ ฟาร์โกจะรายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 1/2566 ในวันศุกร์
ข้อมูลจาก Refinitiv IBES ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 จะรายงานตัวเลขกำไรลดลง 5.2% ในไตรมาส 1/2566 หลังจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้น 1.4% ในไตรมาสดังกล่าว



