วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ส่อง 12 หุ้นเครื่องดื่ม รับหน้าร้อน แบรนด์ไหนฮอตสุด 

ส่อง 12 หุ้นเครื่องดื่ม รับหน้าร้อน แบรนด์ไหนฮอตสุด 

ย่างก้าวเข้าสู่ฤดูร้อน หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มมีด้วยกัน 12 หลักทรัพย์ที่น่าสนใจ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG มาร์เก็ตแคปสูงสุดในกลุ่ม 99,000 ล้านบาท

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ฤดูร้อน มักจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของกลุ่มเครื่องดื่ม เนื่องจากผูู้คนส่วนใหญ่ต้องการต้องการบริโภคเครื่องดื่มเพื่อดับกระหาย คลายร้อน ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มได้รับอานิสงส์การเติบโตในช่วงนี้ไปด้วย ขณะที่ 1 เม.ย.66 กรมสรรพสามิต ปรับขึ้นภาษีความหวานตามปริมาณน้ำตาล ระยะที่ 3 (หลังสิ้นสุดระยะเวลาคงภาษี 6 เดือน ตามมติ ครม. ที่เห็นชอบให้คงภาษีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2565-31 มี.ค. 2566)

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาพรวมไตรมาส 2 ของทุกปีจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เพียงแต่ว่า ในแต่ละปีอาจจะมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามากระทบ เช่น ปัญหาเรื่องของภาคการผลิต และต้นทุนหรือไม่ ซึ่งต้นทุนอาจจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายภาษีความหวาน หรือปัญหาเรื่องน้ำทะเลหนุนทำให้การผลิตของบางบริษัทที่โรงงานติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาอาจจะมีความเสี่ยงที่ได้รับผลกระทบ 

 

ส่อง 12 หุ้นเครื่องดื่ม รับหน้าร้อน แบรนด์ไหนฮอตสุด 

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าตัดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ออกไป พอเริ่มเข้าสู่หน้าร้อนผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มก็จะเข้าสู่ไฮซีซั่นมักจะสามารถทำผลประกอบการได้ค่อนข้างที่จะดี ซึ่งในช่วงหลังมานี้กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มได้มีการขยายนอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ แล้ว ยังมีการขยายส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านก็ทำให้การผลิตมีทิศทางที่ปรับขึ้นไปด้วย ทั้งนี้แบรนด์เครื่องดื่มของไทยค่อนข้างจะมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดได้

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการอาวุโส นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทิศทางเทรนด์การบริโภคเครื่องดื่มในบ้านเราค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น โมเมนตัมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี 

แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มของไทยมีทั้งในประเทศและส่งออกไปนอกประเทศ ส่งผลให้หุ้นบางตัวอาจจะต้องใช้ระยะเวลาสักพักของการปรับฟื้นตัวขึ้นมา ซึ่งอาจจะไม่ได้ดีทั้งกลุ่ม แต่ในช่วงจังหวะที่มีการย่อลงมาอยู่ในจุดที่นักลงทุนเข้าไปสะสมได้ 

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ปี 2566 มูลค่าการบริโภคเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (ไม่รวม Food service) จะยังเติบโตราว 4.0%-6.0% ซึ่งเป็นทิศที่ชะลอลงจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้าที่เติบโต 7.4% โดยการบริโภคผ่านร้านค้าปลีกต่างๆ อาจยังเพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมนอกบ้านและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว รวมถึงการทำการตลาดและโฆษณา อย่างไรก็ดี การเพิ่มขึ้นของราคาน่าจะชะลอลง อีกทั้งผู้บริโภคบางส่วนอาจหันไปบริโภคเครื่องดื่มผ่าน Food service มากขึ้น จึงทำให้คาดว่า ตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์น่าจะโตในอัตราที่ชะลอลง

ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้า แม้ว่าทิศทางของตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์จะไปทางเทรนด์สุขภาพ แต่ด้วยความถี่ในการบริโภคเครื่องดื่มที่เป็นสินค้าประจำวันที่อาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก อีกทั้ง Life-cycle ของสินค้าแต่ละประเภทก็สั้นลง ความภักดีต่อแบรนด์ลดลง ขณะที่ผู้เล่นจำนวนมากยังทยอยเข้าสู่ตลาด สะท้อนถึงภาพการแข่งขันของธุรกิจที่จะยังคงรุนแรง นั่นหมายความว่า การเพิ่มความถี่หรือการเพิ่มมูลค่าในการดื่มต่อครั้งของผู้บริโภค เพื่อที่จะรักษายอดขายของทุกผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการแต่ละราย เพราะสินค้าแต่ละตัวมีความสามารถในการทำยอดขายหรือประสบความสำเร็จได้แตกต่างกัน

"กรุงเทพธุรกิจ" ได้สำรวจหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มมีด้วยกัน 12 หลักทรัพย์ที่น่าสนใจ ดังนี้ 

1.บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ซึ่งมีการลงทุนหลักในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจ ผลิต ทำการตลาด จำหน่าย และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่น ๆ อย่างครบวงจร

  • มาร์เก็ตแคป 99,000.00 ล้านบาท (ข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 24 มี.ค.66) 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท เสถียรธรรมโฮลดิ้ง จำกัด
  • กำไรสุทธิ 2,286.20 ล้านบาท
  • รายได้รวม 19,454.81 ล้านบาท
  • P/E 43.30 เท่า
  • P/BV 9.27 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  1.52%

2.บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้ ตราสินค้า เช่น เอ็ม-150 ลิโพ เป็นต้น

  • มาร์เก็ตแคป 95,369.06 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 นาย นิติ โอสถานุเคราะห์
  • กำไรสุทธิ 1,933.77 ล้านบาท
  • รายได้รวม 27,481.87 ล้านบาท
  • P/E 49.32 เท่า
  • P/BV 5.17 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2.83%

3.บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ OISHI ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารญี่ปุ่น และเครื่องดื่มภายใต้เครื่องหมายการค้า "โออิชิ"

  • มาร์เก็ตแคป 21,375.00 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
  • กำไรสุทธิ 316.96 ล้านบาท
  • รายได้รวม 3,494.18 ล้านบาท
  • P/E 18.98 เท่า
  • P/BV 2.58 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  2.81%

OISHI ระบุว่า คณะกรรมการบริษัทรับทราบข้อเสนอของ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เรื่องแจ้งความประสงค์ในการทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดเพื่อเพิกถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดนไทยเบฟ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 79.66% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท จะทำคำเสนอซื้อหุ้นที่เหลือทั้งหมด 76,279,602 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20.34% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท ในราคาเสนอซื้อที่ราคาหุ้นละ 59.00 บาท 

โดยกลุ่มไทยเบฟ อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและการประกอบธุรกิจของกลุ่มธุรกิจอาหาร และกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ภายในกลุ่ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยจะดำเนินการจัดกลุ่มธุรกิจอาหาร และกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

4.บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม โดยแบ่งเป็น 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ภายใต้ 24 ตราสินค้าทั้งในและต่างประเทศ 

  • มาร์เก็ตแคป 17,495.41 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 น.ส. ปิยจิต รักอริยะพงศ์
  • กำไรสุทธิ 653.15 ล้านบาท
  • รายได้รวม 4,899.51 ล้านบาท
  • P/E 26.79 เท่า
  • P/BV 5.37 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  2.91%

5.บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI ประกอบธุรกิจเครื่องดื่ม เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม อิชิตัน กรีนที, เครื่องดื่มสมุนไพร เย็นเย็น โดยอิชิตัน และเครื่องดื่มน้ำผลไม้ไม่อัดลมไบเล่

  • มาร์เก็ตแคป 17,290.00 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 นาย ตัน ภาสกรนที
  • กำไรสุทธิ 641.64 ล้านบาท
  • รายได้รวม 6,359.60 ล้านบาท
  • P/E 26.95 เท่า
  • P/BV 2.80 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  4.51%

6.บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) หรือ SSC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม เครื่องดื่มน้ำอัดลม "เอส" และ "ซาสี่" น้ำดื่ม "คริสตัล" ชาเขียว "โออิชิ" เครื่องดื่มอัดลมเพื่อสุขภาพ "100พลัส" เครื่องดื่มสมุนไพร "จับใจ" น้ำโซดา "ร็อค เมาเท่น" เครื่องดื่มบำรุงกำลัง "แรงเจอร์" เครื่องดื่มเกลือแร่ "พาวเวอร์พลัส" และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ วีบูสท์

  • มาร์เก็ตแคป 9,638.89 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท โซ วอเตอร์ จำกัด
  • กำไรสุทธิ 38.61 ล้านบาท
  • รายได้รวม 2,918.76 ล้านบาท
  • P/E 514.36 เท่า
  • P/BV 1.03 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  0.94%

7.บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มน้ำอัดลม ภายใต้เครื่องหมายการค้า โคคา-โคลา แฟนต้า สไปร์ท และกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้มินิท เมด เครื่องดื่มอควาเรียส และน้ำดื่มน้ำทิพย์

  • มาร์เก็ตแคป 6,581.46 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 GUTSCHE FAMILY INVESTMENTS PROPRIETARY LIMITED
  • กำไรสุทธิ 435.06 ล้านบาท
  • รายได้รวม 7,092.54 ล้านบาท
  • P/E 15.13 เท่า
  • P/BV 1.75 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  4.64%

8.บริษัท อาหารสยาม จำกัด(มหาชน) หรือ SFP ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดบรรจุกระป๋อง ผลไม้รวมบรรจุกระป๋อง น้ำสับปะรดเข้มข้นบรรจุในถุงปลอดเชื้อ ผลไม้ตามฤดูกาล ภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้าที่สำคัญๆในต่างประเทศ

  • มาร์เก็ตแคป 5,250.00 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท พรรณธิอร จำกัด
  • กำไรสุทธิ 126.20 ล้านบาท
  • รายได้รวม 839.69 ล้านบาท
  • P/E 23.79 เท่า
  • P/BV 2.76 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  -%

9.บริษัท ทิปโก้ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPCO ผลิตและจำหน่ายน้ำแร่ธรรมชาติพร้อมดื่ม ภายใต้เครื่องหมายการค้าหลัก ออรา

  • มาร์เก็ตแคป 4,608.64 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 นาย สิทธิลาภ ทรัพย์สาคร
  • กำไรสุทธิ 279.82 ล้านบาท
  • รายได้รวม 2,988.49 ล้านบาท
  • P/E 16.47 เท่า
  • P/BV 1.06 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  9.32%

10.บริษัท ล่ำสูง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ LST ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืช ไขมันพืชผสม และเนยเทียม ผักและผลไม้แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋อง น้ำผลไม้ กาแฟ เครื่องดื่มต่างๆ และซอสปรุงรส  

  • มาร์เก็ตแคป 4,034.40 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 บริษัท ล่ำสูง โฮลดิ้ง จำกัด
  • กำไรสุทธิ 432.42 ล้านบาท
  • รายได้รวม 11,670.28ล้านบาท
  • P/E 9.33 เท่า
  • P/BV 0.89 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  3.86%

11.บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC ประกอบธุรกิจผลิต และจำหน่ายเครื่องดื่มประเภทชาและกาแฟ และสินค้าไลฟสไตล์

  • มาร์เก็ตแคป 3,678.40 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 นาย ชัชชวี วัฒนสุข
  • กำไรสุทธิ 235.15 ล้านบาท
  • รายได้รวม 1,533.43 ล้านบาท
  • P/E 15.64 เท่า
  • P/BV 4.82 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  5.95%

12.บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม

  • มาร์เก็ตแคป 3,492.68 ล้านบาท 
  • ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 นาง กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ
  • กำไรสุทธิ -209.95 ล้านบาท
  • รายได้รวม 6,569.86 ล้านบาท
  • P/E - เท่า
  • P/BV 2.47 เท่า
  • เงินปันผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี  -%