ไขปม ‘หุ้นเครดิตสวิส’ ราคาดิ่งลงเหลือ 60 บาท ปัญหาส่วนตัวหรือวิกฤต SVB

ไขปม ‘หุ้นเครดิตสวิส’ ราคาดิ่งลงเหลือ 60 บาท ปัญหาส่วนตัวหรือวิกฤต SVB

หุ้น Credit Suisse ร่วง 24% เมื่อวานนี้ จากความกังวลวิกฤติแบงก์รันในสหรัฐ, ผู้ลงทุนรายใหญ่อย่างธนาคารแห่งชาติซาอุดีอาระเบียประกาศไม่ลงทุนเพิ่ม และเผชิญข่าวการทุจริตในองค์กร หากเกิดแบงก์รันจริงอาจไม่ส่งผลกระทบวงกว้าง เหตุกลุ่มลูกค้ากระจุกตัวอยู่ในคนมั่งคั่งสูง

Key Points

  • หุ้นธนาคารพาณิชย์ในยุโรปย่อตัวลงมากกว่า 6% ส่วนหุ้นธนาคาร Credit Suisse ย่อตัวลง24% ทำให้ราคาหุ้นลดลงจากจุดสูงสุดเดิมประมาณ 2,965.06 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 63.01 บาท 
  • นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเพราะ 3 เหตุผลหลักคือนักลงทุนรายใหญ่อย่างธนาคารแห่งชาติซาอุฯ ประกาศไม่ลงทุนเพิ่ม, วิกฤติต่อเนื่องจาก SVB และ ประเด็นฉาวในองค์กร
  • อย่างไรก็ตาม กูรูส่วนหนึ่งมองหากเกิดแบงก์รันกับธนาคารCredit Suisse จริงอาจไม่เกิดผลกระทบวงกว้างมาก เพราะกลุ่มลูกค้าเป็นผู้มีความมั่งคั่งสูงไม่เพียงไม่กี่คน

 

 

การล่มสลายของธนาคารที่มีความสำคัญ 3 แห่งของสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ไล่เรียงตั้งแต่ Silvergate Capital หรือ SI ธนาคารที่ให้บริการด้านคริปโทเคอร์เรนซี , Silicon Valley Bank หรือ SVB ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 16 ของสหรัฐ ซึ่งเน้นปล่อยกู้ให้กลุ่มบริษัทสตาร์ทอัปด้านเทคโนโลยี และ Signature Bank หรือ SBNY ธนาคารที่เน้นการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจด้านคริปโทเคอร์เรนซี ทำให้หลายคนเห็นชัดเจนว่า ‘ความเสียหาย’ จากการล่มสลายดังกล่าวไม่เพียงกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐเท่านั้น ทว่าแพร่กระจายออกไปในหลายภูมิภาคทั่วโลกจนกระทั่งดัชนีตลาดหุ้นจำนวนมากดิ่งลงและปิดตัวแบบ ‘แดงเถือก’ ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 

 

 

สภาวะหุ้นในยุโรปและหุ้นธนาคาร Credit Suisse

ผลกระทบจากการล่มสลายของธนาคารพาณิชย์ครั้งนี้ลามไปถึงกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป โดยช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาหุ้นธนาคารพาณิชย์ในยุโรปร่วงเกือบ 6% และวันนี้ (16 มี.ค.) ดัชนี ‘The Stoxx Europe 600 Index’ ย่อตัวลง 13.11 จุด หรือ 2.92% มาอยู่ที่ 436.45 จุด ร่วงต่อจากสามวันก่อนหน้าที่อยู่ 442.64 จุด และที่สำคัญหุ้นของ Credit Suisse หรือ CS ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสวิตเซอร์แลนด์รองจาก UBS Group ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงแรกของวิกฤติแบงก์รันในสหรัฐเริ่มขึ้น 

โดยวันนี้เว็บไซต์อินเวสติงดอทคอมรายงานภาวะหุ้น ณ เวลา 10.00 น. ว่าย่อตัวลง 0.54 สวิสฟริงก์ (ประมาณ 20.01 บาท) หรือ24.24% มาอยู่ที่ 1.70 สวิสฟรังก์ (ประมาณ 63.01 บาท) จากจุดสูงสุดเดิมอยู่ที่ประมาณ 80 สวิสฟรังก์ (ประมาณ 2965.06 บาท) เมื่อ 15 ปีที่แล้ว 

ธนาคาร Credit Suisse มีมูลค่าสินทรัพย์มากเป็นอันดับสองของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในสวิตเซอร์แลนด์ประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์ (ราวๆ 19.8 ล้านล้านบาท) และยังเป็นธนาคารที่มีอายุมากถึง 167 ปี 

 

ไขปม ‘หุ้นเครดิตสวิส’ ราคาดิ่งลงเหลือ 60 บาท ปัญหาส่วนตัวหรือวิกฤต SVB

 

ทั้งนี้ นอกจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อเนื่องของเหตุการณ์แบงก์รันในสหรัฐที่อาจกระทบภาคธนาคารพาณิชย์ในยุโรปแล้ว เหตุผลระยะสั้นที่ทำให้ราคาหุ้นธนาคาร Credit Suisse ร่วงแรงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาคือ ธนาคารแห่งชาติซาอุดีอาระเบีย(Saudi National Bank: SNB) ผู้สนับสนุนหลักของธนาคารดังกล่าวประกาศ ‘ไม่ลงทุนเพิ่ม’ แล้ว โดยให้เหตุผลว่า  “ SNB ลงทุนกับ Credit Suisse ไปแล้วอยู่ที่ 9.9% ของหุ้น Credit Suisse ทั้งหมด  หาก SBN ลงทุนเพิ่มจะมีอัตราส่วนเกิน 10% ขัดกับข้อตกลง ดังนั้นจึงไม่อาจให้เงินสนับสนุนเพิ่มได้” 

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (Swiss National Bank: SNB) และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการตลาดการเงินของสวิตเซอร์แลนด์(FINMA) ประกาศให้ความช่วยเหลือ ธนาคาร Credit Suisse เรียบร้อยแล้ว 

“FINMA อยู่ในขั้นตอนติดตามและหารือกับธนาคาร Credit Suisse อย่างใกล้ชิด และได้พิจารณาข้อมูลของธนาคารฯ ในหลากมิติที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายด้านการกำกับสถาบันการเงินระบุไว้  ทั้งนี้ FINMA ขอยืนยันว่าฐานะการเงินของ ธนาคาร Credit Suisse ทั้งในด้านเงินทุนและสภาพคล่องยังเป็นไปตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด และหากจำเป็น ธนาคารกลางฯ จะให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องกับธนาคาร Credit Suisse หากมีความจำเป็น”

 

มุมมองผู้เชี่ยวชาญ  

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และกรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวว่า ผู้กำกับสถาบันการเงินสวิตเซอร์แลนด์ (FINMA) รีบประกาศให้ความช่วยเหลือธนาคาร Credit Suisse เนื่องจากเป็นธนาคารที่เก่าแก่ มีความสำคัญสูง และมีโครงข่าย เชื่อมโยงกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ในยุโรป และสหรัฐ อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น FINMA จึงไม่สามารถปล่อยให้ธนาคาร Credit Suisse ล่มสลายเหมือนกับธนาคารพาณิชย์อื่นในสหรัฐได้  

“พูดง่ายๆ FINMA ได้ดูข้อมูลที่สำคัญแล้ว และขอให้สบายใจได้ และที่สำคัญ FINMA ต้องทำเช่นนี้ก็เพราะว่า Credit Suisse เป็นธนาคารที่สำคัญกว่า Silicon Valley Bank อย่างมาก อย่างไรก็ตามในอนาต ธนาคาร Credit Suisse อาจไม่ใช่ธนาคารสุดท้ายที่ได้รับผลกระทบจาก ‘Perfect Storm’ ครั้งนี้”

ไขปม ‘หุ้นเครดิตสวิส’ ราคาดิ่งลงเหลือ 60 บาท ปัญหาส่วนตัวหรือวิกฤต SVB

 

ส่วน ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาของธนาคาร Credit Suisse เป็นปัญหาสะสมต่อเนื่องกันมาหลาย 10 ปี ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจปี 2008 ด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่ปัญหาเริ่มมาปะทุตอน ‘European Bank Crisis’ ปี2013-2014 จากนั้นจึงผ่านการปรับโครงสร้างมาจำนวนมาก สุดท้ายก็เพิ่มทุนและรอดมาได้ตลอด 

ประกอบกับธนาคารฯ มีปัญหาเรื่องการทุจริตภายในองค์กรอยู่ตลอดเวลา กอปรกับเหตุการณ์แบงก์รันในช่วงนี้ทำให้นักลงทุนรายใหญ่หรือ ‘Corner Stone’ ที่คอยอุ้มสถานการณ์ของธนาคาร Credit Suisse ไว้ในช่วงที่ผ่านมา อย่างธนาคารแห่งชาติซาอุดีอาระเบียออกมาบอกว่าจะไม่เพิ่มสัดส่วนการลงทุนให้เกิน 10% แล้ว ส่งผลต่อเนื่องจนเกิด ‘วิกฤติศรัทธา’ตามมา

อย่างไรก็ตาม ดร.จิติพลมองว่า ในอนาคตอาจไม่มีประชาชนจำนวนมากแห่ไปถอนเงินออกจากธนาคาร Credit Suisse เพราะเป็นธนาคารแบบ ‘Private Bank’ ซึ่งบริหารสินทรัพย์ของบุคคลที่มีความมั่งคั่งเฉพาะกลุ่ม

“ผลกระทบจึงอาจไม่เกิดในวงกว้างมากนัก และถึงแม้ลูกค้าเหล่านั้นถอนเงินลงทุนออกจาก ธนาคาร Credit Suisse จนเกิดปัญหาขึ้นจริง ผู้รับบริหารเงินลงทุนเหล่านี้ก็สามารถย้ายไปธนาคารอื่นได้ และเรียกกลุ่มลูกค้าเดิมตามไปลงทุนในธนาคารดังกล่าวเช่นกัน”

 

ไขปม ‘หุ้นเครดิตสวิส’ ราคาดิ่งลงเหลือ 60 บาท ปัญหาส่วนตัวหรือวิกฤต SVB

 

ความเหมือนและความต่างของ SVB และ CS

ดร.จิติพลประเมินว่า ประเด็นของธนาคาร Silicon Valley Bank และ Credit Suisse ค่อนข้างแตกต่างกัน ทั้งในเชิงระยะเวลาการล่มสลาย กลุ่มลูกค้า และปัญหาภายในองค์กร แต่มีหนึ่งปัจจัยที่เหมือนกันคือตอนนี้สหรัฐอยู่ในสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นและธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็จ่อขึ้นดอกเบี้ยอีก ถึงแม้ว่าสวิตเซอร์แลนด์จะมีธนาคารกลางของตัวเอง ซึ่งสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยได้เอง แต่ตอนนี้ดอกเบี้ยก็ไม่ได้สูงมากอยู่ที่ 1.5% ซึ่งถ้าในอนาคตกระแสเป็นการขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด “ผมเชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดปัญหาลักษณะเดียวกันก็มีเหมือนกันในอนาคต”

 

ไขปม ‘หุ้นเครดิตสวิส’ ราคาดิ่งลงเหลือ 60 บาท ปัญหาส่วนตัวหรือวิกฤต SVB

 

อย่างไรก็ดี แม้ธนาคาร Credit Suisse จะเข้าไปลงทุนในหลายประเทศทั่วโลก ทว่านักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าปัญหาของธนาคารดังกล่าวเป็นปัญหาภายในประเทศ รวมทั้งสวิตเซอร์แลนด์มีสกุลเงินและนโยบายการเงินเป็นของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างแยกขาดออกมาจากประเทศในกลุ่มประเทศอื่นในยุโรป ดังนั้นปัญหาครั้งนี้ ECB อาจไม่นำมาพิจารณาร่วมในการขึ้นหรือไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันพรุ่งนี้

 

“การแก้ปัญหาเงินเฟ้อในยุโรปก็ยังคงเป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากไม่แพ้กัน โดยขณะนี้เงินเฟ้อในยุโรปอยู่ในระดับ 8% จากช่วงก่อนหน้าอยู่ที่ 9% ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 3% และกำลังจะเป็น 3.5% ในอนาคต”

 

“ต่อให้มาร์เก็ตได้รับแรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างหนัก แต่ผมเชื่อว่าจุดที่น่าสนใจกว่าการลดหรือไม่ลดดอกเบี้ย คือประเด็นเรื่องเขาอาจกลับไปใช้นโยบายคล้ายกับธนาคารสหรัฐที่ออกนโยบายในเชิงการแก้ปัญหาสภาพคล่องมากกว่า ดังนั้นผมมองว่า ECB มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อ”

 

เรื่องอื้อฉาวของธนาคาร Credit Suisse

ในอดีตเจ้าหน้าที่รัฐเคยตัดสินว่าธนาคาร Credit Suisse มีความผิดทางอาญาจากการที่อนุญาตให้ผู้ค้ายาเสพติดใช่ช่องทางของธนาคารฯ เพื่อการฟอกเงินในบัลแกเรีย ประเทศในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณคาบสมุทรบอลข่านด้านตะวันออก รวมทั้งยังมีพัวพันกับคดีทุจริตในโมซัมบิก ประเทศในแถบแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่ธนาคารและผู้บริหารร่วมกันเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าซึ่งเป็นบุคคลที่มีความมั่งคั่งสูงต่อสื่อ

 

นอกจากนี้ ธนาคาร Credit Suisse เคยเกี่ยวโยงกับ เล็กซ์ กรีนซิลล์ นักการเงินที่มี ‘ชื่อเสีย’ มากมาย รวมทั้งกับ Archegos Capital Management บริษัทผู้ให้บริการด้านการลงทุน ในนิวยอร์กที่ต่อมาประกาศปิดตัวไป 

 

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่า จากประเด็นเรื่องการพัวพันกับการทุจริต และการขายสินทรัพย์แบบผิดกฎหมายในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้ต้นปี 2022 ลูกค้าของธนาคารฯ จำนวนมากตบเท้าถอนเงินลงทุนออกจากธนาคาร Credit Suisse มหาศาล 

 

สถานะทางการเงินของธนาคาร Credit Suisse

อนึ่ง ไตรมาส 4/2565 ธนาคาร Credit Suisse ขาดทุนสุทธิ 1.4 พันล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 5.189 หมื่นล้านบาท) ในขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขาดทุนสุทธิเพียง 1.32 พันล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 4.892 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้ยอดขาดทุนสะสมทั้งปี 2565 อยู่ที่ 7.3 พันล้านฟรังก์สวิส (ประมาณ 2.7056 แสนล้านบาท)

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งประเมินว่า “จริงๆ ธุรกิจของเขายังทำเงินอยู่ แต่ด้วยความที่ต้องเสียค่าปรับจากการกระทำผิดในอดีต จึงทำให้เม็ดเงินของบริษัทหายไป”