วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

โบรก เตือนระวังลงทุนตลาดหุ้น เหตุมีปัจจัยไม่แน่นอนสูง

โบรก เตือนระวังลงทุนตลาดหุ้น เหตุมีปัจจัยไม่แน่นอนสูง

'หุ้นไทย’วานนี้ พุ่ง 41 จุด แรงหนุนเงินเฟ้อสหรัฐออกมาตามคาด ส่งผลดีบรรยายกาศการลงทุน  “นักลงทุนต่างชาติ” กลับมาซื้อสุทธิ 960.90 ล้าน หลังขายต่อเนื่อง 18 วันทำการ โบรก เตือนระวังลงทุน เหตุมีปัจจัยไม่แน่นอนสูง แนะจับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า เป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้น

ความเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยวานนี้ (15 มี.ค.)พลิกกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงตั้งแต่เปิดการซื้อขาย และระหว่างวันขึ้นทำจุดสุงสุดที่ 1,573.51 จุด เพิ่มขึ้น 49.62 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,565 จุด เพิ่มขึ้น 41.11จุด หรือ 2.70% มูลค่าซื้อขาย 69,703.24 ล้านบาท

ด้านนักลงทุนต่างประเทศพลิกกลับมาซื้อสุทธิ  960.80 ล้านบาท หลังจากขายหุ้นไทยติดต่อกัน18 วันทำการ นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 1,557.22 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 538.90 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศขายสุทธิ 1,979.13 ล้านบาท  

 

 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์  บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคที่เฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% เป็นเพราะ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรงเกินไปถึง 3% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่เฉลี่ยปรับตัวลง1.5% เป็นเพราะมีแรงถูกบังคับขายหุ้น (ฟอร์ซเซล) ออกมาซ้ำเติม ซึ่งจะสะท้อนจากบัญชีหลักทรัพย์ที่ขายสุทธิสูงถึง 2,601.72 ล้านบาท

รวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ และตลาดหุ้นในภูมิภาคดีขึ้น จากความคาดหวังสหรัฐจะสามารถคุมสถานการณ์ของสถาบันการเงินได้ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกในประเทศที่สัปดาห์หน้าจะมีการประกาศยุบสภา ทำให้มีความชัดเจนที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค. 2566

 

 

สำหรับแนวโน้มทิศทางตลาดหุ้นจากนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวลักษณะไซด์เวย์ เพราะสัปดาห์หน้าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะมีการประชุม ซึ่งผลการประชุมจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทย เพราะการประชุมรอบนี้จะมีการประกาศตัวเลขคาดการณ์สำคัญหลายตัว เช่น จีดีพี เงินเฟ้อ และคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเจ้าหน้าที่ เฟด (Dot Plot)

ทั้งนี้คาดว่าดัชนีได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้วในวันที่ 14 มี.ค. 2566 โดยประเมินแนวรับที่1,540 จุด และแนวรับถัดไปที่ 1,520 จุด ส่วนแนวต้านคาดอยู่ที่ 1,580-1,600 จุด ซึ่งจากที่ไทยเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง จึงแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ   ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  บล.ยูโอบี  เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า  ดัชนีหุ้นไทยที่ฟื้นตัวได้ จากวันก่อนที่ปรับตัวลงแรงเกินไป  และจากการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.พ.ของสหรัฐนั้น ทำให้คาดการณ์เฟดยังไม่รีบลดดอกเบี้ย ซึ่งจะยังคงขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เม็ดเงินไหลชะลอการไหลเข้าไปในตลาดบอนด์ ทำให้ตลาดหุ้นฟื้นตัวได้ ประกอบกับแวลูเอชันของตลาดหุ้นไทยน่าสนใจลงทุนจากมีค่าP/E อยู่ที่ 15-17 เท่า  

 อย่างไรก็ตามต้องติดตามการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้น และ ระยะกลางตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงที่ถูกลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไปลงทุนในตลาดพันธบัตร ทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังในการลงทุน โดยประเมินแนวรับอยู่ที่ 1,520 จุด แนวต้านที่ระดับ 1,730 จุด 

 “แม้ตลาดหุ้นฟื้นตัวดี  แต่ยังต้องติดตามการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้น และระยะกลางยังมีความเสี่ยงที่จะมีการลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไปตลาดบอนด์ ทำให้นักลงทุนต้องระมัดระวังการลงทุน” 

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย  บล. เอเซีย พลัส กล่าวว่า การฟื้นตัวของดัชนีหุ้นไทยวานนี้ เพราะวันก่อนหน้าที่ลงแรงเกินไป ทำให้แวลูเอชันของตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจลงทุน และมีอัพไซด์จากเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่บล.เอเซียพลัสประเมินไว้ที่1,610 จุด ขณะที่ผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 4.52%  และผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยก็สูงเกิน 3% รวมถึงเงินเฟ้อสหรัฐที่ประกาศออกมาเป็นไปตามคาด ลดแรงกดดันที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยจากนี้คาดว่าจะยังคงผันผวนต่อ เนื่อง จากคาดว่าปัญหาของแบงก์ในสหรัฐจะไม่จบง่ายๆ เพราะ ปัญหาของแบงก์ในสหรัฐ เกิดจาการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยแรงและเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการมีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ได้น้อยลง แม้ที่ผ่านมากระทรวงการคลังและเฟดได้ออกมาตรการช่วยเหลือออกมาแล้วก็ตาม  โดยมองกรอบดัชนีปีนี้อยู่ที่1,520- 1,610 จุด 

“การฟื้นตัวของดัชนีวานนี้ เพราะวันก่อนหน้าลงแรงเกินไป และโดนซ้ำเติมจากธุรกรรมบล็อกเทรด สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ฯลฯที่มีแรงขายออกมา”