วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

‘หุ้นแบงก์’ ร่วงกังวลวิกฤติ SVB โบรกฯ ชี้ภาพรวมผลกระทบยังเบา

‘หุ้นแบงก์’ ร่วงกังวลวิกฤติ SVB โบรกฯ ชี้ภาพรวมผลกระทบยังเบา

วันนี้ (13 มี.ค.) “หุ้นแบงก์” ร่วงยกแผง รับเซนติเมนต์เชิงลบ ปิด SVB ฟากโบรกฯ มองผลกระทบยังเบา แนะเป็นโอกาสเข้าซื้อสะสม

            ความเคลื่อนไหว “หุ้นแบงก์” ปรับตัวลดลงเปิดตลาดเช้าวันนี้ (13 มี.ค.66) นำทีมโดยธนาคารกรุงเทพ (BBL) ลดลง 1.58% มาอยู่ที่ 155.50 บาท ลดลง 2.50 บาท ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ลดลง 2.94% มาอยู่ที่ 132 บาท ลดลง 4.00 บาท

           บริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCB) ลดลง  1.95% มาอยู่ที่ 100.50 บาท ลดลง 2.00 บาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) ลดลง 0.85% มาอยู่ที่ 29.25 บาท ลดลง 0.25 บาท

            บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนิตี้ ระบุว่า ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับตัวลดลงช่วงเช้า มาจากความกังวลการปิดแบงก์สหรัฐ โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในฝั่งสถาบันการเงินสหรัฐฯ ตอนนี้เป็นปัญหาทางด้านสภาพคล่องเป็นหลัก ซึ่งมีที่มาจากการสะสมของปัจจัยกดดันต่างๆ ทั้งการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด , การถอดถอนสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ภาวะ Earning contraction และภาวะขาลงของสินทรัพย์ Digital และ คริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ส่งผลให้เมื่อบริษัทที่เผชิญปัญหาเหล่านี้ต้องการสภาพคล่องแบบทันทีทันใด

ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาสภาพคล่องให้ก่อนหน้านี้จึงเตรียมการไม่ทัน และเมื่อต้องการเตรียมการก็เผชิญกับผลขาดทุนทางด้านราคาสินทรัพย์เข้าไปอีก จากการที่อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่สูงกว่าระดับในอดีต ส่งผลให้สถาบันการเงินเหล่านี้เผชิญกับวิกฤติสภาพคล่องแบบทันทีทันใด และทำให้ถูกสั่งปิดกิจการลงทันที

อย่างไรก็ตาม มองผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาทางด้านสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นหลัก ซึ่งถึงแม้ปัญหาแรกอาจยังต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไข ปัญหาที่สองดูเหมือนจะได้รับการเยียวยาในเชิงบวกบ้างแล้ว หลังจากล่าสุดทางการสหรัฐฯได้ทำตัวเป็น The last resort ออกมาตรการ Backstop เพื่อจัดหาสภาพคล่องฉุกเฉิน (Funding program) ให้กับธนาคารที่ประสบปัญหา และการันตีเงินฝากของผู้ฝากเงินทั้งในส่วนที่ได้รับความคุ้มครองและไม่ได้รับความคุ้มครอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ล่าสุดสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหลายตอบรับเชิงบวกขึ้นได้บ้าง

สำหรับกลยุทธ์แนะถือครองหุ้นที่ได้เข้าสะสมไปที่บริเวณแนวรับดัชนีแรกของเราเดือนนี้ที่ 1,580-1,600 จุด มองหากราคาหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินของไทยปรับตัวลงจากความกังวลจากเหตุการณ์ในสหรัฐฯช่วงนี้ มองเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อ (Buy on dip)