หุ้นร่วงทำนิวโลว์ ให้เห็นรอบนี้หลังลงไปต่ำกว่า 1,600 จุด ทำให้รายย่อยที่ตั้งใจจะ All in " เบรกกันตัวโก่ง" หรือใครเกทับไปแล้วต้องคัดหุ้นลงทุนรายตัวให้นานขึ้นเพราะปัจจัยลบดูจะยังไม่สะเด็ดน้ำ มีโอกาสพาดัชนีลงได้อีก
๐๐๐ BBL ยังแกร่ง
หุ้นร่วงทำนิวโลว์ ให้เห็นรอบนี้หลังลงไปต่ำกว่า 1,600 จุด ทำให้รายย่อยที่ตั้งใจจะ All in " เบรกกันตัวโก่ง" หรือใครเกทับไปแล้วต้องคัดหุ้นลงทุนรายตัวให้นานขึ้นเพราะ ปัจจัยลบดูจะยังไม่สะเด็ดน้ำ มีโอกาสพาดัชนีลงได้อีก
ช่วงนี้ต้องงัด กลยุทธ์ลงทุน กระจายลงทุนงัดไม้ 1 ไม้ 2 ไม้ 3 มารองรับ ไม่เททั้งพอร์ตไม่งั้นกลายเป็นติดหุ้นช่วงบนพาให้อึดอัด
ตามเทรนด์กราฟแล้ว รอบรีบาวด์ จะเกิดขึ้นต้องยกให้ หุ้นแบงก์พาทะยาน จากผิดหวังงบในหุ้นบางตัวไปได้เป็นข่าวดีเพราะไม่ต้องห่วง “หนี้เสีย” และ “ทิศทางดอกเบี้ย” หลังสหรัฐเหยียบคันเร่งขึ้นแรงต่อแบบนี้ได้เห็นของไทยขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป..บวกต่อแบงก์ได้อีก
ราคาหุ้นทำให้เห็นแล้วว่า ราคาหุ้นแกร่งสุด และลงไม่เจ็บหนัก BBL ที่มีแรงซื้อกลับได้ทุกรอบที่ราคาลง แถมยังเป็นหุ้นที่เชียร์ ซื้อสะสม ไม่ใช่ ซื้อแล้วขายเล่นรอบ
และต้องพ่วง ปันผลของหุ้นแบงก์ ด้วยที่ทำให้มีแรงราคาหุ้น “ลงไม่ลึก” และพอจะ “เลือกซื้อเก็บ” ได้
๐๐๐
สัญญาณตลาดหุ้นกลับมาสู่โหมด risk-off อีกครั้งหลังมุมมองตลาดมาให้น้ำหนักการประชุม FED ในรอบ 21-22 มี.ค. นี้ เมื่อ “Jerome Powell” ประธาน Fed กล่าวถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการ การธนาคารประจำวุฒิสภา ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงกว่าคาด เพื่อฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงสู่ระดับเป้าหมาย ซึ่งกลายเป็นมุมมอง Hawkish ทันที
สะท้อน FedWatch Tool ให้น้ำหนักมากกว่า 70% FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันที่ 21-22 มี.ค. และBond Yield สหรัฐอายุ 2 พุ่งขึ้นแตะระดับ 5% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค.2550 Dollar Index แข็งค่า 105.6 จุด
๐๐๐
ด้านตลาดหุ้นไทยเจอแรงขายตามตลาดเอเชียจนหลุด 1,600 จุด ลดลงลึก 17 จุด แต่ กลับมารีบาวด์ จนทำให้ดัชนีสามารถมาปิดตลาดที่ 1,612.60 จุด ลดลง 5.9 จุด เปลี่ยนแปลง 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 59,255.95 ล้านบาท มีกลุ่มสถาบันซื้อสุทธิ 1,001.88 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขายสุทธิ 102.63 ล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 3,088.72 ล้านบาท และต่างชาติขายสุทธิ 3,987.97 ล้านบาท
๐๐๐
แรงซื้อกลับมาอยู่ในกลุ่มแบงก์โดยเฉพาะ BBL ถือว่ารอบใหญ่ราคาแข็งแกร่งด้วยผลกระทบจากปัญหาการปล่อยสินเชื่อไม่มาก - หนี้เสียไม่สูงจึงทำให้ราคาหุ้นกลับมาปิดที่ 160 บาท เพิ่มขึ้น 0.95%
๐๐๐
เผชิญมรสุมข่าวมาโชกโชนจริงสำหรับ EA รอบนี้นับได้เป็นรอบที่ 3 กรณีเพลิงไหม้เรือ ยังไม่ชัดเจนว่าอุบัติเหตุ หรือเพราะมีมือดีมาลอบวางเพลิงแต่ราคาหุ้นก็ลงไป 76 บาท แต่ข่าวบวกใช่จะไม่มีล่าสุดโครงการแลกเปลี่ยนคาร์บอนเครดิตรถโดยสารประจำทาง EV ผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ และรัฐบาลไทยเรียบร้อยแล้ว มี “Kilk Foundation” จะทำการซื้อ Carbon credit ที่เกิดขึ้นจากโครงการ และนำCarbon credit ไปลดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศสวิตเซอร์แลนด์
๐๐๐
ด้านบริษัทลูก NEX เจอแรงกดดันไม่แพ้กันจากการส่งมอบรถพลาดเป้าปี 2565 ปรากฏข้ามปี 2566 เริ่มกลับส่งมอบได้ตามแผนบวกกับได้รับส่งเสริมจากภาครัฐ ทำให้ราคากลับมาทำฐานใหม่ บล.ธนชาต มองธุรกิจเข้าสู่ช่วงเติบโตจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (CEV) จากนโยบายของภาครัฐ ผลักดันให้เปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด คาดยอดขาย E-bus เร่งตัวเป็น 3,000 คัน ในปีนี้ และเริ่มจําหน่าย E-truck คาดมียอดขาย 1,000 คันใน และ 2,000 คันในปีหน้า Valuation น่าสนใจ ด้วย PE23 12x
๐๐๐
เปิดตัว CEO คนใหม่นำทัพ TOP “บัณฑิต ธรรมประจำจิต” ยุคที่ต้องปรับองค์กรตามเทรนด์ใหญ่ของโลก ทำให้ต้องเดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจกลุ่มตามเส้นทางยุทธศาสตร์หลัก 3V คือ Value Maximization - Value Enhancement และ Value Diversification มีทั้งเป้าหมายโครงการพลังงานสะอาด หรือClean Fuel Project (CFP)และขยายตลาดไปต่างประเทศในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย
๐๐๐
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนไทย ในงานสัมมนา SET: Capital Market Research Forum ครั้งที่ 2/2566 หัวข้อ “แนวทางปฏิบัติที่ดีของกรรมการบริษัท เพื่อการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน” ในวันพฤหัสบดี ที่ 9 มีนาคม 2566 เวลา 13.00-15.00 น. ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์ฯ เลขที่ 93 ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
พร้อมหัว “ความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัทจดทะเบียน ” และ “การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น” ผู้ที่สนใจสามารถเข้ารับชมผ่าน ออนไลน์ www.facebook.com/set.or.th และwww.youtube.com/setthailand
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





