'แบงก์ออฟอเมริกา' ฟันธงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยไตรมาส 3 ปีนี้ 

'แบงก์ออฟอเมริกา' ฟันธงเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยไตรมาส 3 ปีนี้ 

ไบรอัน มอยนิฮาน ซีอีโอแบงก์ออฟอเมริกา ฟันธงสหรัฐเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิคไตรมาสสามปี 2566 และอัตราการหดตัวรายไตรมาสจะอยู่ระหว่าง 0.5% ถึง 1% ชี้ดอกเบี้ยจะเริ่มลดลงในไตรมาสสองปี 2567

ไบรอัน มอยนิฮาน ประธานกรรมการบริหาร (ซีอีโอ) ของแบงก์ออฟอเมริกา คอร์ปอเรชั่น (BofA) กล่าวในงาน Business Summit ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเมื่อวานนี้ (6 ก.พ.) ว่า สหรัฐจะเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) ในไตรมาสที่สามของปี 2566 

อย่างไรก็ตามสภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งนี้จะไม่ลึก และจะส่งผลต่อเนื่องให้อัตราดอกเบี้ยเริ่มลดลงในไตรมาส 2 ของปี 2567 โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเติบโตแบบติดลบทั้งหมด 3 ไตรมาสเนื่องจากการชะลอตัวของภาคธุรกิจ แต่ภาคการบริโภคยังเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี

 

“สหรัฐจะเกิด Recession ในไตรมาส 3 ปีนี้ ไปจนถึงไตรมาส 4 และยาวไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อค่อยๆ ลดลงในไตรมาสถัดไป โดยการหดตัวรายไตรมาส (The Quarterly Contractions) จะอยู่ในช่วง 0.5% ถึง 1%”

“จากการคาดการณ์มองว่าสหรัฐต้องเกิด Recession อยู่แล้วไม่เร็วก็ช้า และจะเกิดในลักษณะที่เบาบางมาก ผมมองว่าสหรัฐจะไม่เจอสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบลึกในปีนี้ ทว่าการคาดการณ์ของเราอยู่บนฐานการชะลอตัวของฝั่งคอร์ปอเรท ไม่ใช่การชะลอตัวของฝั่งผู้บริโภค”

อย่างไรก็ตาม ไบรอันกล่าวเสริมว่า Recession ครั้งนี้จะเป็นเพียงภาวะถดถอยทางเทคนิคเท่านั้น ไม่ใช่การย่อตัวลงของเศรษฐกิจที่รุนแรง 

 

 

โดย ‘สภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค’ จะเกิดขึ้นเมื่ออัตราการขยายตัวของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) แบบไตรมาสต่อไตรมาส (Quarter on Quarter) ติดลบติดต่อกันสองครั้ง ทว่าการหดตัวของจีดีพีในลักษณะดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจในวงกว้างจะหดตัวอย่างมีนัยสำคัญตามกันไป