แรงขายท้ายตลาด | ออฟเรคคอร์ด

แรงขายท้ายตลาด   | ออฟเรคคอร์ด

บรรยากาศตลาดหุ้นไทยยัง ไม่หลุดจากขาลง แม้ข่าว (ลบ)ทยอยออกมาหมด และรับรู้ลงไปในดัชนี และราคาหุ้นไปแล้ว

๐๐๐ แรงขายท้ายตลาด  

   บรรยากาศตลาดหุ้นไทยยัง ไม่หลุดจากขาลง แม้ข่าว (ลบ)ทยอยออกมาหมด และรับรู้ลงไปในดัชนี และราคาหุ้นไปแล้ว

    ยิ่งอาการของ หุ้นใหญ่ - โกลบอลเพย์ ที่อยู่ในกลุ่มพอร์ตต่างชาติราคาหุ้นเซท้ายตลาดกันเป็นแถวไล่มาตั้งแต่ PTTGC-SCC และที่ทำเอารายย่อยตกใจคือ อาการหุ้น  BANPU 

     ด้วยข่าวที่เล่นเป็นเดือน MSCI Rebalance  28 ก.พ. และมีรายชื่อ BANPU  ออกจาก MSCI Global Small Cap แต่เข้าMSCI  Global Standard แทนเม็ดเงินลงทุนตาม Index ถือว่าไม่น้อย 

     ราคาหุ้นร่วงท้ายตลาดทันทีมาปิดที่  10.80 บาท ลดลง  0.92 บาท ...      ดันกลายเป็นแนวรับสำคัญทางเทคนิคอลเพราะถ้าหลุดลงไปอีกจะไปต่ำกว่า 10 บาท 

     ตามแรงขายของต่างชาติย่อมมองได้ว่ามีทั้งการ “ปรับพอร์ตเปลี่ยนมือ”  “ขายเปลี่ยนกลุ่มลงทุน” หรือทำการตั้งขาย “Short Sell” ซึ่งปรับกลยุทธ์รวดเร็วแบบรายย่อยตั้งรับกันไม่ทัน 

     กลายเป็นแม้แต่ต่างชาติรีบ ชิ่ง - ชิงกำไร  ​ช่วงตลาดหุ้นลงทุนทำกำไรได้ยากซะจริงในช่วงนี้ 

  

๐๐๐

     ดัชนีหุ้นไทยทรงยังขาลง แม้จะเริ่มมีตัวช่วยในกลุ่มที่จ่ายปันผลดี และธุรกิจค้าปลีกที่กำไรออกมาแข็งแกร่ง จึงทำให้มีแรงรีบาวด์หุ้นรายตัวแต่ไม่สามารถดันดัชชีบวกได้ตลอดทั้งวัน บวกกับไม่เซอร์ไพรส์เศรษฐกิจจีนที่รายงาน PMI ก.พ. 56.4 สูงกว่า ม.ค.ที่ 52.9 และเป็นการดีขึ้นกว่าคาดทั้งภาคการผลิต (52.6 vs คาดการณ์ 50.6) และภาคบริการ

 ๐๐๐

       โดยช่วงครึ่งเช้ามีหุ้น DELTA ช่วยดันดัชนี เอาไว้หลังประกาศขึ้น XD แล้วเพื่อรับเงินปันผลแต่ช่วงบ่ายมาแรงขายกดดัชนีมาปิดที่ 1619.98 จุด ลดลง  2.37 จุด เปลี่ยนแปลง  0.15% มีมูลค่าการซื้อขาย 59,132.20  ล้านบาท

๐๐๐

     ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบจาก รายงานเศรษฐกิจ ธปท. เดือนม.ค.2566 แม้จะขาดดุลบัญชีเดินสะพัด 2,000 ล้านดอลลาร์ แต่ภาพรวมขยายตัวได้ จากท่องเที่ยว การใช้จ่ายภาครัฐ และการบริโภคเอกชน  ติดที่ตัวเลขส่งออกหดตัว 3.4% (y-y) ทำให้เริ่มกังวลว่ามีการปรับสมมติฐานปีนี้ของ ธปท.ประกาศ มี.ค. 

๐๐๐

     สัญญาณบวกที่ชัดเจนยังมองไปที่ภาคการท่องเที่ยวแม้ตัวเลขนักท่องเที่ยว ม.ค. อยู่ที่ 2.14 ล้านคนลดลงจากธ.ค.2565 แต่ด้านผลกำไรธุรกิจการันตีฟื้นตัว โดยเฉพาะ CRC แรงขายกดราคาหุ้นแทบไม่ทำงาน เพราะกำไรไตรมาส 4 ปี 2565 ที่ 3,417 ล้านบาท (+39% YoY)  และทั้งปี 2565 เติบโตเกินเป้าที่วางไว้ กำไรสุทธิ 7,605 ล้านบาท (+2,648% YoY) ส่วนราคาหุ้นกลับมาปิดเหนือ 45.50 บาท 

๐๐๐

     ยกให้เป็นหุ้นแมว 9 ชีวิต เพราะ “เหมืองโปแตช” ทำให้  TRC  กลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนตั้งแต่ปี 2565 ที่ฟื้นการทำเหมืองเพิ่มแร่โพแทสเซียมทดแทนนำปุ๋ยช่วยเหลือเกษตร  ปี 2566 ครม. ยอมยกหนี้ 5,000 ล้านบาท ให้ และยังอนุมัติให้กระทรวงการคลังเพิ่มทุน 90 ล้านบาท ในโครงการตามสัดส่วนถือหุ้น 20% 

    ราคาหุ้นมีย่อรับข่าวลงมาปิดที่ 0.72 บาท ลดลง 1.32% แต่ไม่ธรรมดาเพราะที่ผ่านมาจากราคาหุ้น 0.10 บาท ด้วยเผชิญขาดทุนสะสมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เผชิญขาดทุนปี 2561 ซึ่งหุ้นที่ขึ้นมาแบบข้ามปีย่อมมีข่าวใหญ่เพราะ “ทุนใหม่” ที่ “เพิ่มทุน” มีทั้ง EA และรัฐบาลมาเลเซีย 

๐๐๐

       BEM นอนมาแบบไร้ข้อกังขาแล้ว กรณีศาลปกครองสูงสุดยกฟ้องคดี BTSC ฟ้องคณะกรรมการคัดเลือก “รถไฟฟ้าสายสีส้ม” และ รฟม. กรณีแก้ไขหลักเกณฑ์ และวิธีการพิจารณาผู้ชนะราคา ครั้งที่ 1 ซึ่งผู้ชนะการประมูล BEM-CK ได้ไปต่อหลังชะงักรอเคลียร์ด้านกฎหมายถึงเวลาเดินหน้าเข้าเซ็นสัญญารับงาน-รับเงิน ก้อนใหญ่ 1.3 แสนล้านบาท ราคาหุ้นพร้อมตอบรับขึ้นมาปิดตลาดที่  9.35 บาท เพิ่มขึ้น 1.08% 

๐๐๐

     ช่วงนี้การรายการกำไร บจ.ต้องดูไส้ในกันให้ดีมีรายการพิเศษแบบ One time  โผล่มาให้ตื่นเต้นกับตัวเลข ซึ่ง JKN  โชว์ปี 2565 ทำกำไรสุทธิ 583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 236% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา  โดยมีรายได้พิเศษ ยังรับรู้รายได้ และกำไรพิเศษทางบัญชีจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิจากการเข้าซื้อธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาล (MUO) ภายหลังเข้าซื้อกิจการในช่วงเดือนต.ค.2565 จำนวนถึง 441 ล้านบาท 

    หากไม่นับรวมการบันทึกมูลค่ายุติธรรมดังกล่าว JKN จะมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,228 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23% และมีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ที่มีกำไร 173 ล้านบาท 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์