“ตลาดหุ้นไทย” ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 1,619.98 จุด ลดลง 2.37 จุด หรือ 0.15% “บล.ทิสโก้” ชี้ พรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์รอปัจจัยบวกอื่นมากระตุ้น ประเมินแนวรับอยู่ในช่วง 1,618 จุด - 1,620 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ช่วง 1,630 จุด - 1,635 จุด
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทย” วันนี้ผันผวนในทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทั้งวันก่อนมาปิดตัวในแดนลบช่วงท้าย ซึ่งดัชนีทำจุดต่ำสุดอยู่ที่ 1,619.72 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,619.98 จุด ลดลง 2.37 จุด หรือ 0.15% มูลค่าซื้อขาย 59,129.23 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
1. DELTA มูลค่า 4,286.58 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 986 บาท เพิ่มขึ้น 74.00 หรือ 8.11%
2. CPALL มูลค่า 2,402.77 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 61 บาท 1.00 หรือ 1.61%
3. CRC มูลค่า 1,820.99 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 45 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 หรือ 0.56%
4. PTTEP มูลค่า 1,731.51 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 152.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 หรือ 1.67%
5. BDMS มูลค่า 1,602.72 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 27.75 บาท ลดลง 0.25 หรือ 0.89%
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งในลักษณะไซด์เวย์กรอบแคบ อย่างไรก็ตามวันนี้มีปัจจัยบวก 3 ข้อคือ
- หุ้นบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ปรับตัวขึ้นมา 6% ซึ่งมีผลต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก
- กระแสของหุ้นบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ที่ผลประกอบการไตรมาส 4 ออกมาค่อนข้างดีก็มีผลเชิงบวกต่อดัชนี ประมาณ 0.2 จุด
- ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ตลาดหุ้นในภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทยจึงตอบสนองในเชิงบวก
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ (2 ก.พ.) ยังแกว่งในลักษณะไซด์เวย์ เพราะยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ประกอบกับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลต่อเนื่องให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออก ทั้งนักลงทุนยังคงกังวลกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และความไม่ชัดเจนในประเด็นเรื่องดอทพล็อต ดังนั้นจึง ประเมินแนวรับวันพรุ่งนี้อยู่ในช่วง 1,618 จุด - 1,620 จุด แต่หากหลุดแนวรับดังกล่าวไปได้อาจแตะ 1,610 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ในช่วง 1,630 จุด - 1,635 จุด
ด้านคำแนะนำในการลงทุนวันพรุ่งนี้ควรพิจารณาทยอยสะสมหุ้น และหากนักลงทุนท่านใดทยอยสะสมไปก่อนหน้านี้แล้วแนะนำให้ ‘ถือทนแกว่ง’ เพราะในอนาคตตลาดหุ้นไทยไม่น่าจะลงลึกไปมากกว่านี้
"ผมมองว่าควรถือรอจนกว่าจะมีความชัดเจนด้านการเลือกตั้ง และการประกาศดอทพล็อตของเฟดช่วงกลางเดือนมี.ค."
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์




