วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั๋วเงินคลังสหรัฐซึ่งคล้าย ‘เงินสด’ ผลตอบแทนแตะ 5.16% แซงหน้าหุ้น - บอนด์

ครั้งแรกในรอบ 22 ปี ตั๋วเงินคลังสหรัฐชนิด 6 เดือน ซึ่งคล้ายการถือเงินสดให้ผลตอบแทน 5.16% เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) ซึ่งสูงกว่าการจัดพอร์ตการลงทุนด้วยกลยุทธ์ 60/40 แบบดั้งเดิมที่ให้ผลตอบแทน 5.07% กูรูชี้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองจากการที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง 

พอร์ตการลงทุนที่บาลานซ์ระหว่าง ‘หุ้นสหรัฐ’ และ ‘สินทรัพย์การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบคงที่’  หรือ fixed-income assets ด้วยกลยุทธ์ดั้งเดิมแบบ 60/40 ให้ผลตอบแทน 5.07% เมื่อวันอังคาร ที่ผ่านมา ซึ่งคำนวณตามอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักของดัชนี S&P 500 ประกอบกับดัชนี the Bloomberg USAgg ในส่วนของพันธบัตร 

ทั้งนี้เหตุการณ์ข้างต้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ปี 2544 ที่นักลงทุนที่ถือเงินสดได้รับผลตอบแทนมากกว่าการลงทุนในลักษณะดังกล่าว เพราะช่วงวันเดียวกัน อัตราผลตอบแทนของตั๋วเงินคลังชนิด 6 เดือนปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5.16% ซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าวมักเปรียบได้กับการถือเงินสด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงให้ความสนใจกับผลตอบแทนจากการจัดพอร์ตการลงทุนในหุ้น และพันธบัตรแบบดั้งเดิมอยู่ โดยนักวิเคราะห์คาดว่าเป็นการตอบสนองของนักลงทุนต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ส่วนผลตอบแทนจากตั๋วเงินคลังระยะสั้นยังอ่อนไหวต่อการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ทว่ายังคงปรับไต่ระดับขึ้นสอดคล้องกับเบนช์มาร์ค

ในปี 2566 กลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนแบบ 60/40 ให้ผลตอบแทนเทนเดอร์อยู่ที่ 2.7% หลังจากดิ่งลงเกือบ 17% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการย่อตัวลงของผลตอบแทนจากการจัดพอร์ตการลงทุนแบบดังกล่าวมากที่สุดในรอบ 15 ปี 

ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เพอร์ฟอร์แมนซ์ของการจัดพอร์ตการลงทุนแบบ 60/40 ต่ำกว่าการซื้อตั๋วเงินคลังเป็นผลมาจากการที่เฟดยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อ ‘ทุบ’ ให้เงินเฟ้อปรับตัวลง

อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องหลายปี ก่อนหน้าที่เฟดจะเริ่มออกนโยบายคุมเข้ม ดังนั้นนักลงทุนจำนวนหนึ่งจึงเข้าไปซื้อสินทรัพย์บางอย่างเพื่อเก็งกำไรโดยหวังใช้ประโยชน์ จากสภาวะทางเศรษฐกิจข้างต้นเพื่อสร้างผลตอบแทนจำนวนมาก

ด้านนักกลยุทธ์จาก BlackRock บริษัทจัดการ การลงทุนสัญชาติอเมริกัน ให้ความเห็นว่า พันธบัตรระยะสั้นเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อาจเพิ่มสูงขึ้น เพราะตราสารการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบคงที่เช่นนั้นช่วยให้เงินทุนตั้งต้นของนักลงทุนยังอยู่ในสถานะปลอดภัยท่ามกลางตลาดหุ้นที่ปรับตัวผันผวนตลอดเวลา

ฌอง บัววอง  ประธานกรรมการบริหาร BlackRock กล่าวทิ้งท้ายว่า  “ในที่สุดนักลงทุนก็มี ‘รายได้’ จากตราสารการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบคงที่ หลังจากยีลด์พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งสิ่งนี้ทำให้พันธบัตรมีความน่าสนใจมากขึ้น หลังจากที่นักลงทุน ‘โหยหา’ ยีลด์มากเป็นเวลาหลายปี”

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์