CPF กำไรปี 65  โต7% แตะ1.39 หมื่นล้าน- ปันผล0.35 บาท จ่าย 25 พ.ค.66

CPF กำไรปี 65  โต7% แตะ1.39 หมื่นล้าน- ปันผล0.35 บาท จ่าย 25 พ.ค.66

“ซีพีเอฟ” โชว์กำไรปี65 ที่13,970 ล้านบาท โต7%จากปีก่อน หลังมุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหารทั้งใน-ต่างประเทศ ดันยอดขายรวม 614,197 ล้านบาท โต20% มั่นใจผลการดำเนินงานปี66ยังแข็งแกร่ง จากการขยายธุรกิจอย่างรัดกุม พร้อมประกาศจ่ายปันผลครึ่งปีหลังอัตราหุ้นละ 0.35 บาท 25 พ.ค. 66

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF  รายงานผลการดำเนินงานปี2565 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 13,970 ล้านบาท  เติบโต7% เนื่องจากมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเพิ่มขึ้น60% มีกำไรจากการปรับราคายุติธรรมของสินค้าชีวภาพเพิ่มขึ้น 159% แต่หากหักกำไรจากการแลกเปลี่ยนเงินลงทุนด้วยหุ้นของ Makro ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปี 2564 จำนวน 7,849 ล้านบาท จะทำให้กำไรก่อนรายการพิเศษในปี 2565 เพิ่มขึ้น 170 % จากปีก่อน 

ส่วนทางด้านยอดขายจำนวน 614,197 ล้านบาท เติบโต 20% จากปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมทั้งระดับราคาสินค้าที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าปีก่อน โดยบริษัทมีการลงทุนและร่วมลงทุนใน 17 ประเทศ ส่งออกจากประเทศไทยไปประเทศต่างๆอีกมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร มีสัดส่วนยอดขายในปี 2565 ที่ผ่านมา เป็นของกิจการในต่างประเทศ 63% กิจการประเทศไทย 31  และยอดขายจากการส่งออกสัดส่วน 6% ของยอดขายรวม 

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร CPF กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นว่า ส่วนหนึ่งมาจากการให้ความสำคัญด้านมาตรฐานการควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ผลการดำเนินงานที่ผ่านมารวมถึงธุรกิจในประเทศไทยปีนี้มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นภายใต้ภาวะที่อุตสาหกรรมเผชิญกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever: ASF)  

นอกจากนี้ บริษัทมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสังคมรูปแบบใหม่สืบเนื่องมาจากการระบาดของโรคโควิด-19  (New Normal) ด้วยการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และการขยายช่องทางการขายให้มีความหลากหลาย ส่งเสริมคู่ค้าในการปรับรูปแบบการขายเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าและสร้างคุณค่าร่วมไปด้วยกัน

นอกจากการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้วบริษัทยังคงมุ่งสร้างสมดุลในการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้มีการสนับสนุนลดการใช้พลังงานถ่านหินและหันมาใช้พลังงานทดแทน และมีการยกเลิกการใช้ถ่านหินในโรงงานประเทศเวียดนามตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 และ ในโรงงานประเทศไทยตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2565 

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2566 ซึ่งจะยังมีความท้าทายอย่างต่อเนื่อง เช่น ผลกระทบจากโรคระบาดในคนและสัตว์ ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น และสภาวะเศรษฐกิจที่มีสัญญาณถดถอยในหลายประเทศ บริษัทฯจึงมีความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยรากฐานที่มั่นคงและแผนการขยายธุรกิจที่รัดกุม เชื่อมั่นว่าปี 2566 บริษัทจะยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง 

คณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2566 เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2565 ให้แก่ผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท โดยบริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลครั้งแรกเป็นเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.40 บาท เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2565 และเป็นเงินปันผลจ่ายครั้งที่สองจากผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลังในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท ซึ่งจะมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พ.ค. 2566 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 8 พ.ค.นี้