“ตลาดหุ้นไทย” ปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 1,664.89 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด หรือ 0.02% “บล.เมย์แบงก์” ชี้ วันนี้และวันพรุ่งนี้ตลาดแกว่งตัว Sideway กรอบแคบรอฟังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐคืนพรุ่งนี้ คาดแนวรับอยู่ที่ 1,650 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,680 จุด โดยวันนี้กลุ่มพลังงานดึงดัชนีขึ้น
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาด “หุ้นไทย” วันนี้ผันผวนในทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบทั้งวัน ซึ่งดัชนีทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,669.98 จุด ต่ำสุดอยู่ที่ 1,658.43 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,664.89 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด หรือ 0.02% มูลค่าซื้อขาย 52,860.52 ล้านบาท
หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่
1. PTTEP มูลค่า 2,484.03 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 165 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 หรือ 0.92%
2. ADVANC มูลค่า 2,316.23 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 210 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 หรือ 1.94%
3. AOT มูลค่า 1,593.18 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 72.75 บาท ลดลง 0.25 หรือ 0.34%
4. DELTA มูลค่า 1,541.53 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 902 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 หรือ 0.67%
5. BBL มูลค่า 1,308.49 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 164 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลงไปจากราคาปิดก่อนหน้า
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในลักษณะ Sideway กรอบแคบ ซึ่งสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่แกว่งในลักษณะคล้ายกัน เนื่องจากตลาดรอปัจจัยบวกใหม่เข้ามากระตุ้น คือผลประกอบการไตรมาส 4 ทั้งในและต่างประเทศและตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้นโยบายทางการเงินในอนาคต
“ตลาดหุ้นไทยวันนี้เปิดสัปดาห์มาในลักษณะที่ยังไม่เลือกทิศทางชัดเจน รอตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ต่อไป เช่นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศคืนวันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.) หรือตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทย(จีดีพี) ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ โดยหน้าหุ้นกลุ่มที่เข้ามาพยุงตลาดวันนี้คือกลุ่มพลังงานเป็นหลัก รวมทั้งกลุ่มการเงินและสื่อสารบางส่วน”
สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ อาจเเกว่งตัวในลักษณะ Sideway กรอบแคบเหมือนวันนี้ โดยระหว่างวันคาดแนวรับอยู่ที่ 1,650 จุด ส่วนแนวต้าน 1,680 จุด และจะเลือกทิศทางอย่างจริงจังหลังจากทราบตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ ทั้งนี้ตลาดยังมองบวกเกี่ยวกับตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าว ซึ่งมองว่าจะย่อตัวลงจากเดือนธ.ค.ที่อยู่ 6.5% มาอยู่ที่ 6.2% ในเดือนม.ค.
สำหรับคำแนะนำการลงทุนวันพรุ่งนี้ควรพิจารณาหน้าหุ้นที่ผลประกอบการไตรมาส 4 ดี หรือมี Story ในการเติบโตได้ในไตรมาสต่อๆ ไป เช่น
- กลุ่มค้าปลีกแนะนำ
- หุ้นเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ CRC แนวรับราคาอยู่ที่ 45 บาท ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 48 บาท
- กลุ่มพลังงานแนะนำ
- หุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ Thai Oil PLC โดยแนวรับราคาอยู่ที่ 57 บาท
แนวต้านอยู่ที่ 60 ส่วนราคาเป้าหมายอยู่ที่ 62 บาท





