background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

NEX กำไรทะลุพันล้าน รับข่าวดี ครม. หนุนใช้รถเมล์อีวี

NEX กำไรทะลุพันล้าน รับข่าวดี ครม. หนุนใช้รถเมล์อีวี

ประเทศไทยตั้งเป้าปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปีพ.ศ. 2608 ผ่านการดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์พลังงานแห่งชาติ ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญ คือ การสนับสนุนให้ประชาชน ภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

หนึ่งในตัวอย่างที่เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด คือ ภาคขนส่งซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สร้างมลพิษมากที่สุด ภาครัฐจึงพยายามสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้าแทนที่เครื่องยนต์สันดาป ขณะเดียวออกนโยบาย 30@30 โดยตั้งเป้าผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ภายในปีพ.ศ. 2573 ซึ่งจะผลักดันให้ไทยผงาดขึ้นเป็นฮับอีวีของภูมิภาค

ขณะเดียวกันยังออกมาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการทางภาษี สิทธิประโยชน์จากบีโอไอ ซึ่งนอกจากจะช่วยจูงใจให้บรรดาค่ายรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตลอดห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ยังช่วยดึงราคารถอีวีในไทยให้ถูกลงอีกด้วย

ทำให้ปัจจุบันเริ่มเห็นคนไทยเปลี่ยนมาใช้รถอีวีมากขึ้น แต่ละค่ายเปิดรถยนต์รุ่นใหม่ๆ กันอย่างคึกคัก แถมราคายังน่าสนใจ เริ่มเห็นราคาลงมาต่ำล้านแล้ว ขณะที่การให้บริการสาธารณะเริ่มเห็นการปรับตัวเช่นกัน มีทั้งรถเมล์ไฟฟ้า เรือไฟฟ้า ให้บริการแล้ว

ล่าสุด ครม. ไฟเขียวโครงการเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางสาธารณะของภาคเอกชน (รถร่วมบริการ) ในพื้นที่ กทม. ให้เป็นรถโดยสารประจำทางไฟฟ้า หรือ รถเมล์อีวี โดยมีเป้าหมายว่าจะช่วยลดก๊าซเรือนกระจกลง 100 ตันคาร์บอนไดออกไซด์/คัน/ปี หรือ 500,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ตั้งแต่ปี 2564-2573 แก้ปัญหามลพิษ ฝุ่นละลอง PM 2.5 ทำให้คุณภาพชีวิตของคน กทม. ดีขึ้น

มาตรการดังกล่าวถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการเอกชน บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ของกลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของไทย โดยมีสินค้าเรือธงทั้งรถบัสไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้า ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 9,000 คัน/ปี

NEX กำไรทะลุพันล้าน รับข่าวดี ครม. หนุนใช้รถเมล์อีวี

บริษัทได้เริ่มผลิตและส่งมอบรถบัสอีวีไปเมื่อช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 รวม 221 คัน และปีนี้มีรถที่ต้องส่งมอบตามแผนงานอีกหลายพันคัน เช่น รถเมล์ไฟฟ้า ขสมก. ราวๆ 3,000 คัน, รถบัสไฟฟ้าของ บขส. อีกราว 400 คัน ยังไม่นับรวมออเดอร์จากหน่วยงานราชการและบริษัทเอกชนอื่นๆ อีกมากมายที่ติดต่อมา

ส่วนกลุ่มรถบรรทุกไฟฟ้า มีตั้งแต่รถหัวลากไฟฟ้า, รถกวาดถนนไฟฟ้า, รถพ่นน้ำไฟฟ้า และรถบรรทุกขยะไฟฟ้า โดยบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทมีแผนส่งมอบรถบรรทุกหัวลากไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 110 คัน ให้กับภาคเอกชนหลายรายที่เริ่มสั่งซื้อเข้ามา และคาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตและส่งมอบรถในปี 2566 ได้เฉลี่ยเดือนละ 100 คัน

โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าผลประกอบการปี 2565 มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไร 121 ล้านบาท จากปี 2564 ที่ขาดทุน 107 ล้านบาท แม้ว่างวด 9 เดือน ปี 2565 จะยังขาดทุนสุทธิ 114 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2565 เริ่มพลิกกลับมามีกำไรแล้ว 8 ล้านบาท หลังเริ่มมีการผลิตและส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา

ส่วนงวดไตรมาส 4 ปี 2565 กำไรจะดีขึ้นมาก เนื่องจากมีการส่งมอบรถเต็มไตรมาส โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะมีการส่งมอบรถบัสอีวี ให้กับ Thai Smile Bus (TSB) เพื่อบรรจุเป็นรถ ขสมก. 750 คัน และรถหัวลากไฟฟ้าอีก 110 คัน

ปี 2566 กำไรจะเติบโตก้าวกระโดดเป็น 1,200 ล้านบาท +890% คาดจะส่งมอบรถได้ทั้งหมด 4,000 คัน แบ่งเป็นรถบัสอีวี 3,000 คัน และรถบรรทุกอีวีอีก 1,000 คัน ขณะที่กำไรปี 2567-2568 จะเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 33% YoY

ด้านบล.เคจีไอ ระบุว่า หลัง ครม. มีมติเปลี่ยนรถร่วมบริการใน กทม. เป็นรถอีวีถือเป็นปัจจัยบวกต่อ NEX โดยฝ่ายวิจัยประเมินว่าผลการดำเนินงานปี 2565 เริ่มคุ้มทุนแล้ว หลังเริ่มทยอยส่งมอบรถบัสอีวีในช่วงครึ่งปีหลังปี 2565 ไปแล้วกว่า 1,000 คัน ขณะที่ 2566 ทาง Consensus คาดกำไร 1,200 พันล้านบาท จากการที่โรงงานผลิตรถบัสอีวีทำการผลิตและส่งมอบเต็มปี