background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"เราเที่ยวด้วยกัน"มาแล้ว หุ้นไหนได้ประโยชน์มากที่สุด?

"เราเที่ยวด้วยกัน"มาแล้ว หุ้นไหนได้ประโยชน์มากที่สุด?

หลังเลื่อนแล้วเลื่อนอีก รอกันมาหลายรอบ ในที่สุด ครม. เคาะมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5” วงเงิน 2,016 ล้านบาท ออกมาเป็นที่เรียบร้อย หวังกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

แต่ด้วยงบประมาณ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5” ที่มีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับบรรยากาศการท่องเที่ยวที่เริ่มคึกคักมากขึ้นแล้ว ทำให้มาตรการรอบนี้อาจไม่ได้จัดหนักจัดเต็มเท่ากับครั้งที่ผ่านๆ มา โดยจะมอบสิทธิให้ทั้งหมด 560,000 สิทธิ ลดลงจากเฟส 1 จำนวน 5 ล้านสิทธิ, เฟส 2 ที่ 1 ล้านสิทธิ, เฟส 3 ที่ 2 ล้านสิทธิ และเฟส 4 ที่ 1.5 ล้านสิทธิ

โดยรัฐจะช่วยออกค่าที่พักให้เท่าเดิม 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน แต่จำนวนสิทธิลดลงเหลือเพียงคนละ 5 ห้อง จากเดิม 10 ห้อง พร้อมด้วยคูปองสำหรับค่าอาหารและท่องเที่ยวอีก 600 บาท/วัน โดยจะเริ่มคิกออฟโครงการตั้งแต่ ก.พ.-ก.ย. นี้ 

ขณะที่ส่วนลดค่าตั๋วเครื่องบินนั้นถูกตัดออกไป เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่าตลอดโครงการจะมีผู้ใช้สิทธิทั้งหมด 112,000 คน และก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีก 12,539 ล้านบาท

อีกมาตรการที่ถูกเคาะออกมาพร้อมกัน คือ โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ วงเงินรวม 1,930 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเน้นไปที่เมืองรอง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วทั้ง 2 มาตรการจะใช้เม็ดเงินเกือบ 4 พันล้านบาท

ที่ผ่านมา “เราเที่ยวด้วยกัน” ถือเป็นอีกโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้ใจประชาชนไปเต็มๆ โดยเฉพาะขาเที่ยว ดึงดูดให้คนไทยออกมาท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อชดเชยรายได้จากตลาดต่างชาติที่หดหายไปตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19

โดยปีนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวในประเทศไม่น้อยกว่า 250 ล้านคน/ครั้ง และมีรายได้รวมประมาณ 9 แสนล้านบาท

ขณะที่ตลาดต่างชาติเที่ยวไทยปีนี้คึกคักไม่แพ้กัน ตั้งเป้านักท่องเที่ยวรวม 25 ล้านคน รับอานิสงส์หลังจีนเปิดประเทศเร็วกว่าคาดตั้งแต่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา และล่าสุดมีข่าวดีหลังรัฐบาลจีนไฟเขียวให้บริษัททัวร์สามารถขายทัวร์พาคนจีนออกมาเที่ยวต่างประเทศได้แล้ว นำร่องก่อน 20 ประเทศ หนึ่งในนั้นมีประเทศไทยของเราด้วย เริ่ม 6 ก.พ. นี้

ปีนี้จะปีแห่งการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวด้วย อย่างกลุ่มโรงแรมจะได้รับอานิสงส์เต็มๆ จากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน 

ส่วนกลุ่มสายการบินรอบนี้ถูกตัดสิทธิออกไป แต่จะได้อานิสงส์จากตลาดต่างชาติเข้ามาชดเชย จะเห็นว่าตอนนี้แต่ละสายการบินเร่งกลับมาเปิดไฟลท์บินกันคึกคักเพื่อเตรียมรับดีมานด์ที่อัดอั้นมานาน โดยเฉพาะตลาดจีนซึ่งถือเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย

"เราเที่ยวด้วยกัน"มาแล้ว หุ้นไหนได้ประโยชน์มากที่สุด?

ด้านบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มท่องเที่ยว หลังครม. อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 แต่จำนวนสิทธิลดลงจากครั้งก่อนๆ พอสมควร อย่างไรก็ตาม มาตรการที่ออกมาจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมภายในประเทศ เพราะยังอยู่ในช่วงไฮซีซัน

ซึ่งหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมากไปน้อย เรียงตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมากไปน้อย คือ

  • ERW (88%)
  • CENTEL (80%)
  • MINT (15%)
  • SHR (5%) 

โดยมีหุ้น Top Pick ได้แก่ ERW แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 5.20 บาท และ CENTEL แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 54.00 บาท เนื่องจากจะได้รับ sentiment เชิงบวกจากทั้งโครงการเราเที่ยวด้วยกันและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดีมากที่สุด

ด้าน บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า มาตรการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นเดินทางท่องเที่ยว สนามบิน ศูนย์การค้า และโรงแรม โดยเน้นโรงแรมในประเทศ เรียงลำดับจากโรงแรมที่ได้รับประโยชน์จากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL และ MINT ส่วนหุ้นอื่นๆ เช่น AOT, AAV, BA, CPN, SPA