วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

“หุ้นไทย” ปิดตลาดบวก 1.70 จุด ที่ 1,687.45 จุด

“หุ้นไทย” ปิดตลาดบวก 1.70 จุด ที่ 1,687.45 จุด

“หุ้นไทย” ปิดตลาดวันนี้ (12 ม.ค. 66) อยู่ที่ 1,687.45 จุด เพิ่มขึ้น 1.70 จุด หรือเพิ่ม 0.10% “บล.ยูโอบี” ชี้ ควรเริ่มมองหาหน้าหุ้นที่พื้นฐานดี แทนการไล่ซื้อหุ้นเปิดเมือง

ความเคลื่อนไหวดัชนี “หุ้นไทย” วันนี้ (12 ม.ค.66) ผันผวนในเชิงปรับตัวลดลงเกือบทั้งวัน ก่อนกลับมาเป็นบวกช่วงท้ายของการซื้อขาย ซึ่งดัชนีทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,690.32 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,679.99 ก่อนมาปิดตลาดที่ 1,687.45 จุด เพิ่มขึ้น 1.70 จุด หรือ 0.10% มูลค่าซื้อขาย 72,753.01 ล้านบาท

หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่

1. KBANK มูลค่า 3,139.1 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 156.5 บาท เพิ่มขึ้น 1.5 บาท หรือ 0.97%

2. KCE มูลค่า 3,021.5 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 52.5 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท หรือ 6.6%

3. ESSO มูลค่า 2,903.54 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 9.2 บาท ลดลง 1.9 บาท หรือ 17.12%

4. DELTA มูลค่า 2,903.14 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 872 บาท เพิ่มขึ้น 22 บาท หรือ 2.59%

5. AOT มูลค่า 2,405.3 ล้านบาท ราคาหุ้นปิดที่ 74 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.34%

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้มีการทำกำไรสลับในหุ้นหลายกลุ่ม ประกอบกับการที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาประมาณ 1,690 จุด – 1,700 จุด ซึ่งปรับขึ้นมาอย่างมาก และอาจมีแรงขายทำกำไรต่อดังนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยจึงผันผวนในลักษณะปรับตัวต่ำลงเกือบทั้งวัน โดยช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่ควรไล่ซื้อหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปิดเมืองที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างมากแล้ว ถึง 50%-80% ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

 

“ขณะเดียวกัน นักลงทุนจำนวนหนึ่งหันมาทำกำไรกับหน้าหุ้นที่อาจจะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงที่ผ่านมา หรือหน้าหุ้นที่รับปัจจัยบวกเฉพาะกลุ่ม เช่นการที่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศเข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (เอสโซ่) จาก ExxonMobil Asia Holdings Pte. Ltd. (ExxonMobil) เป็นต้น”

 

“ผมยังมองว่าหน้าหุ้นกลุ่มเปิดเมืองยังมีโอกาสเติบโตอยู่ เพียงแต่ว่า หลังจากราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวสะท้อนปัจจัยเชิงบวกหลายตัวไปมากแล้ว ณ ปัจจุบัน จึงมีโอกาสที่หุ้นข้างต้นจะเริ่มอ่อนตัว จากเดิมนักลงทุนเทรดหุ้นตามความคาดหวัง จากนี้ไปจะเป็นการเทรดจากผลประกอบการแท้จริงของบริษัทมากขึ้น”

 

สำหรับวันพรุ่งนี้ (12 ม.ค. 66) ดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ซึ่งช่วงระยะสั้นยังมีโอกาสเติบโตอยู่ในกรอบจำกัด ประกอบกับอาจจะมีแรงขายทำกำไร โดยแนวรับวันพรุ่งนี้อยู่ที่ 1,673 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 1,690 จุด – 1,700 จุด ทั้งหมดเป็นผลมาจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะประกาศคืนนี้อาจชะลอตัวตามที่นักลงทุนคาด ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไปที่ตลาดพันธบัตรมากขึ้น

 

สำหรับคำแนะนำ การลงทุนวันพรุ่งนี้ควรโฟกัสหน้าหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มการเงิน กลุ่มสื่อสาร และ กลุ่มที่อาจได้ประโยชน์จากต้นทุนต่าง ๆ ที่ปรับตัวต่ำลง เป็นต้น