“หุ้นไทย” ปิดตลาดเช้านี้ (23 พ.ย. 65) เวลา 12.30 น. ดัชนีปิดอยู่ที่ 1,623.48 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.15 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.50 % มูลค่าการซื้อขาย 30,042.01 ล้านบาท
โดยระหว่างวันดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,624.99 จุด และทำจุดต่ำสุดที่ 1,617.56 จุด
- อันดับ หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด คือ
- PTTEP ปิดที่ 193.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.59%
- PTT ปิดที่ 33.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.50%
- AOT ปิดที่ 75.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.67%
- BDMS ปิดที่ 29.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.85%
- DELTA ปิดที่ 656.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.61%
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับขึ้นมาสอดคล้องตลาดภูมิภาค เคลื่อนไหวตามแรงเก็งกำไรหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มเปิดเมือง รวม COM7 ที่คาดจะเข้า SET50 , กลุ่มพลังงาน จากมีสัญญาณผลกำไรดีขึ้น , กลุ่มสื่อสารฟื้นจากลงไปแรงเมื่อวานนี้รับความกังวล TRUE-DTAC ยกเลิกเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ทำให้ราคาหุ้นมีอัพไซด์เพิ่ม โดย DTAC ลงไปแตะ 40 บาท ทำให้มี discount ถึง 20% จึงมีแรงเก็งกำไรมากกว่า TRUE
นอกจากนี้ ก็ยังมีแรงขายกลุ่มค้าปลีก อาทิ CPALL, MAKRO, BJC ออกมาสลับกับแรงซื้อที่ตอบรับอานิสงส์การถ่ายทอดฟุตบอลโลก 2022 รวมทั้งแรงขายหุ้นขนาดเล็กและกลางที่เกี่ยวข้องกับหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE)
ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไม่ได้มีปัจจัยบวกหรือลบชัดเจน ตลาดยังรอติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งอาจมีผลต่อไทยไม่มากนัก แต่ให้น้ำหนักการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในวันที่ 30 พ.ย.65 มากกว่า โดยตลาดคาดว่า กนง.จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ทำให้เห็นแรงเก็งกำไรกลุ่มแบงก์ ส่งผลบรรยากาศเก็งกำไรค่อนข้างดี
รวมทั้งมีแรงเก็งกำไรกลุ่มพลังงานทดแทน เนื่องจากวันที่ 25 พ.ย.นี้จะมีการยื่นข้อเสนอขายไฟฟ้ารวม 5,200 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจากวันนี้ถึงปลายสัปดาห์นี้จะมีแรงเก็งกำไรมากขึ้น แนะ GULF, EGCO, GUNKUL, SSP, BCPG
แนวโน้มตลาดหุ้นช่วงบ่าย นายกิจพณ มองว่าตลาดฯพยายามยืนบวก โดยช่วงสั้นตลาดไม่ค่อยมีทิศทางชัดเจนเพราะส่วนใหญ่มีแรงเก็งกำไรเข้ามารายตัว ให้แนวต้านที่ 1,625 และ 1,628 จุด แนวรับที่ 1,614 จุด





