background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

SGC เคาะราคาIPO 3.90 บาทต่อหุ้น จ่อเข้าเทรดSET 13 ธ.ค. นี้

SGC เคาะราคาIPO 3.90 บาทต่อหุ้น จ่อเข้าเทรดSET 13 ธ.ค. นี้

เอสจีแคปปิตอล เดินหน้าตามแผนเตรียมเข้า SET เคาะราคาไอพีโอ 3.90 บาทต่อหุ้น ส่วนประชาชนทั่วไป และบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อหุ้น IPO ได้ในวันที่ 29 – 30 พ.ย. และวันที่ 1 – 2 ธ.ค.นี้ คาดเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์13 ธ.ค. นี้

นางสาวบุษบา กุลศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนในการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งนับเป็นอีกก้าวความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการด้านสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงินชั้นนำของประเทศไทย ที่ต่อยอดมาจาก บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) โดยเฉพาะสินเชื่อประเภทให้เช่าซื้อรถยนต์แบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียน และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ภายใต้แบรนด์ “รถทำเงิน” มีการเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะประเภทรถบรรทุก และการขยายไปยังธุรกิจการให้สินเชื่อต่างๆ อย่างครอบคลุม  

โดยการเข้าระดมทุนครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้วางเป้าหมายการเติบโตของมูลค่าลูกหนี้พอร์ตสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2569 จาก ณ สิ้นไตรมาส 3  มีมูลค่าลูกหนี้ 15,102 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 820 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.08% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ โดยมี SINGER ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วนก่อน IPO 100% จะยังคงถือหุ้น SGC หลัง IPO ในสัดส่วนที่ประมาณ 74.92%

ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกที่ราคา 3.90 บาทต่อหุ้น มูลค่าการเสนอขายรวม 3,198 ล้านบาท กำหนดเปิดจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ที่มีสิทธิได้รับการจัดสรรตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วน 1.4326 หุ้นสามัญของบริษัทต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SGC ระหว่างวันที่ 21 - 25 พฤศจิกายนนี้ ส่วนประชาชนทั่วไป และบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ สามารถจองซื้อหุ้น IPO ได้ในวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน และวันที่ 1 – 2 ธันวาคมนี้ โดยคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 13 ธันวาคมนี้

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง  9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,665 ล้านบาท เติบโต 27.% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนรายได้หลักมาจากรายได้ดอกเบี้ย ประกอบด้วย รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อรถทำเงิน 46.% และรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักร สัดส่วน 51.% ที่เหลือเป็นรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อสวัสดิการพนักงาน และดอกเบี้ยสินเชื่อผ่อนทองและสินเชื่ออื่นๆ และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 467. ล้านบาท พร้อมด้วยการควบคุมลูกหนี้ที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPL) ต่อสินเชื่อรวมอยู่ในระดับต่ำที่ 3.7 %