FETCO เผยความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า ปรับขึ้นสู่เกณฑ์ "ทรงตัว"

FETCO เผยความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า ปรับขึ้นสู่เกณฑ์ "ทรงตัว"

FETCO  เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 108.86 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 60.5% จากเดือนก่อนหน้าขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” หวังปัจจัยหนุนจากภาคท่องเที่ยว - ชะลอขึ้นดอกเบี้ยของเฟด  ขณะที่ปัจจัยฉุดคือ ความไม่แน่นอนของนโยบายเฟด และภาวะเงินเฟ้อ

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนตุลาคม 2565 พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index : ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 108.86 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 60.5% จากเดือนก่อนหน้าขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”  นักลงทุนมองว่าการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวจะเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือ ความคาดหวังต่อการชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ ความไม่แน่นอนต่อนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED รองลงมาคือ สถานการณ์เงินเฟ้อ และสถานการณ์โรคระบาด Covid-19

FETCO เผยความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า ปรับขึ้นสู่เกณฑ์ \"ทรงตัว\"

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนตุลาคม 2565 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้ 
-  ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (มกราคม 2565) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (ช่วงค่าดัชนี 80-119) เพิ่มขึ้น 60.5% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 108.86

- ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ปรับขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” ในขณะที่ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับขึ้นมาอยู่ในระดับ “ร้อนแรง”

- หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุดคือ หมวดท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM)

-  หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุดคือ หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ (PETRO)

-  ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว

-  ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ ความไม่แน่นอนต่อนโยบายการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED

“ผลสำรวจ ณ เดือนตุลาคม 2565 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่มปรับเพิ่มขึ้นโดย นักลงทุนบุคคลปรับเพิ่ม 46.7% อยู่ที่ระดับ 113.43 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้น 11.1% อยู่ที่ระดับ 111.11 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 14.7% อยู่ที่ระดับ 130.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติปรับเพิ่ม 150.0% อยู่ที่ระดับ 100.00

    ในช่วงเดือนตุลาคม 2565 SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัว ความคาดหวังว่าเฟดจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ย แนวโน้มการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ปรับสูงขึ้นกว่าคาด   รวมถึงการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของกลุ่มธนาคารซึ่งออกมาดีตามความคาดหมาย โดย SET Index ณ สิ้นเดือนตุลาคม ปิดที่ 1,608.76 จุด  ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในเดือนตุลาคม  2565 กว่า 7,467 ล้านบาท โดยตลอดทั้งปี 2565 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิเป็นมูลค่า 153,932 ล้านบาท
    

ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามได้แก่ ความชัดเจนของนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ความผันผวนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งส่งผลให้ธนาคารกลางในหลายประเทศต้องออกมาตรการแทรกแซงค่าเงิน โดยเฉพาะธนาคารกลางอังกฤษ และญี่ปุ่น  รวมถึงแนวโน้มการถดถอยของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในกลุ่ม emerging market  สถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่ยังคงชะลอตัวจากนโยบาย Zero Covid และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย—ยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ  ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การชะลอตัวของภาคการส่งออก แนวโน้มการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศจีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในไทย สถานการณ์เงินบาทอ่อนค่า และเงินสำรองต่างประเทศของไทยที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นผลจากการที่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนที่น่าติดตามจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศจากแรงหนุนของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงาน และการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ”

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์