PROUD ลุยโครงการแนวราบแห่งแรก มั่นใจปีนี้ “พลิกกำไร”

PROUD ลุยโครงการแนวราบแห่งแรก มั่นใจปีนี้  “พลิกกำไร”

PROUD ปั้นตลาดแนวราบ ลุยเปิดโครงการบ้านเดี่ยว มูลค่า 500 ล้านบาท ไตรมาส 4 ปี 65 รับรู้รายได้ทันที ด้าน ปีนี้คาดพลิกกำไร - ล้างขาดทุนสะสมหมด และจ่ายปันผลครั้งแรก

เป็นเวลากว่า 2 ปี ! หลัง “ตระกูลลิปตพัลลภ” เพิ่มทุนใน บริษัท โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FOCUS จำนวน 451.39 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นละ 1.44 บาทต่อหุ้น และขึ้นมาเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 70.48% (ตัวเลข ณ 9 มี.ค. 2565) และเดินหน้าปรับโครงสร้างภายองค์กร... เพื่อสร้างการเติบโตและรุกธุรกิจครั้งใหม่ ! ใน “ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย” (Residential) ภายใต้ชื่อใหม่ว่า บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD 

จะทำอะไรหรือลงทุนอะไรต้องรู้ลึกและรู้จริงต้องละเอียด ! ประโยคที่ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่ปรึกษาในเรื่องงานก่อสร้างให้ PROUD มักพูดเสมอๆ ให้ทั้งผู้บริหารของบริษัท และลูกชายอย่าง “พสุ ลิปตพัลลภ” ฟังบ่อยๆ  

“พสุ ลิปตพัลลภ” กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD เล่าให้ “กรุงเทพธุรกิจ” ฟังว่า หากต้องการสร้างการเติบโตของธุรกิจให้ “โดดเด่น” การยึดติดอยู่กับการดำเนินธุรกิจรูปแบบเดิมๆ โอกาสการเติบโตยั่งยืนย่อมยากขึ้น ! ดังนั้น จึงต้องเดินแผนรักษาฐานที่มั่นในธุรกิจเดิมคือ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย พร้อมไปกับรุกสู่ “ธุรกิจใหม่” (New Business) ซึ่งมองเป็น “2 มิติ” ทั้งในเรื่องของ “เงินลงทุน-ความเสี่ยงของธุรกิจ” โดยคาดว่าในปี 2566 น่าจะมองเห็น “ทิศทาง” (directions) ของธุรกิจที่บริษัทมีความสนใจลงทุน แต่หากมองในมุมของรายได้คงยังไม่เห็น เนื่องจากการลงทุนยังต้องใช้เวลา

ดังนั้น ปัจจุบันบริษัทยังเน้นลงทุนในธุรกิจหลัก ! สะท้อนผ่านแผนธุรกิจ 3-5 ปี (2565-2569) ตั้งเป้ายอดขายแตะ “หมื่นล้าน” สอดรับการปรับกลยุทธ์การลงทุนภายในองค์กรใหม่ เพื่อรองรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แนวราบ หลังบริษัทมีการซื้อที่ดินใหม่ในกรุงเทพฯ โดยในปี 2565 จะเปิด 3 โครงการใหม่คือ โครงการบ้านเดี่ยว ย่านอารีย์ มูลค่ารวม 500 ล้านบาท ระดับราคาขายหลังละ 70 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นโครงการแนวราบโครงการแรกที่บริษัทดำเนินการ ส่วนอีก 2 โครงการเป็นคอนโดมิเนียม ย่านสาทร และ หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

“ระหว่างที่เรากำลังรอโครงการคอนโดฯ ที่เป็นโปรเจกต์ไฮไลต์ที่จะเข้ามารับรู้รายได้ในปี 2567-2568 ระหว่างทางเราก็ต้องพยายามหาโครงการที่สร้างรายได้เข้ามาเสริมก่อนอย่างโครงการแนวราบที่เราเริ่มต้นทดลองตลาดในปีนี้” 

PROUD ลุยโครงการแนวราบแห่งแรก มั่นใจปีนี้  “พลิกกำไร” “พสุ” เล่าต่อว่า ทิศทางธุรกิจของบริษัทในช่วงครึ่งหลังปี 2565 ส่งสัญญาณดี ซึ่งมีแนวโน้ม “เทิร์นอะราวด์” ทั้งรายได้ และกำไร หลังจากการทยอยรับรู้รายได้การโอนกรรมสิทธิ์โครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” มูลค่า 3.81 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดขายแล้ว 92.5% หรือ มูลค่ารวม 3,495 ล้านบาท ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึงระดับ 38% เริ่มทยอยโอนเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 65 และจะเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง สำหรับรายได้ 110 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นเป็นเพียง 2.9% ของมูลค่าโครงการ 

โดยบริษัทตั้งเป้าขายหมด (Sold Out) และการโอนเสร็จสิ้นภายในปี 65 ปัจจุบันมียอดขายรอโอนแล้ว (backlog) 2,857 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้ผลการดำเนินงานพลิกกำไร และสามารถล้างขาดทุนสะสมกว่า 300 ล้านบาทหมด และสามารถจ่ายเงินปันผลเป็นครั้งแรก 

ขณะที่ “โครงการเวหา” (VEHHA) ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมลักชัวรีที่สูงที่สุดบนทำเลศักยภาพในหัวหิน มูลค่าโครงการราว 2.29 พันล้านบาท บนที่ดินพื้นที่ 5 ไร่ จำนวน 364 ยูนิต เริ่มเปิดขายในช่วงเดือนก.ค. 2565 มีกระแสตอบรับที่ดี โดยบริษัทเจาะกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นหลักราว 80% และส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ 

โดยหลังจากเปิดตัวพบว่ากลุ่มลูกค้าให้ความสนใจเข้ามาซื้อโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็น “ชาวรัสเซีย” และ “โซนสแกนดิเนเวีย” โดยจะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4 ปี 65 และจะแล้วเสร็จไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขายภายในสิ้นปีนี้ไว้ที่ 50%

นอกจากนี้ บริษัทเล็งโอกาสขยายธุรกิจ มีแผนพัฒนา 2 โครงการใหม่ระดับลักชัวรี สู่ทำเล CBD (Central Business District) ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจกรุงเทพฯ ที่ยังคงซึ่งเอกลักษณ์ "MORE THAN JUST LIVING” ของ PROUD ที่เป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่เป็น “รูปแบบการใช้ชีวิต” ที่ทำให้ผู้คนและสังคมโดยรอบดียิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุม และขยายฐานการสร้างรายได้ให้กว้างขึ้น

สำหรับ ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ช่วงครึ่งหลังปี 65 คาดกำลังซื้อกลุ่มลูกค้าอสังหาฯ ระดับลักชัวรีในไทย ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อระดับสูง และมีความต้องการซื้อสินทรัพย์ที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง 

อีกทั้ง ภายหลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายเปิดประเทศ หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ประกอบกับการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยวในไทย จะช่วย “ดึงดูด” ชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง อาทิ ชาวจีน รัสเซีย และกลุ่มชาวต่างชาติ ที่ต้องการที่พักอาศัยช่วงวัยเกษียณ หรือ พักระยะยาว สามารถเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทย ส่งสัญญาณให้กำลังซื้อในตลาดอสังหาฯ ในประเทศกลับมาสู่ปกติอีกครั้ง 

ขณะที่ ไตรมาส 2 ปี 65 บริษัทมีรายได้รวม 110 ล้านบาท เติบโต 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ไม่มีการรับรู้รายได้ เนื่องจากเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ และมีขาดทุนสุทธิ 19.9 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 65 ขาดทุนสุทธิ 38.3 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ผลประกอบการในส่วนของรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการขายและทยอยส่งมอบโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน อย่างต่อเนื่อง คาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะได้เห็นกำไรอย่างเด่นชัด

ท้ายสุด “พสุ” บอกไว้ว่า ตอนนั้นหลังจากเพิ่มทุนแล้ว เราเงียบๆ เพราะเราไม่มีโครงการอะไรที่จับต้องและสร้างรายได้ และบ้านเราก็ยังจัดระเบียบไม่เรียบร้อยก่อน เพื่อรองรับการเติบโตและรุกธุรกิจในอนาคต ทั้งทีมงาน และกำลังคน ! และวันนี้ถือว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์