SSP จ่อสร้าง‘นิวเอสเคิร์ฟ’ เล็งขายโรงไฟฟ้าหาเงินทุน

SSP จ่อสร้าง‘นิวเอสเคิร์ฟ’ เล็งขายโรงไฟฟ้าหาเงินทุน

“อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน” บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP ที่มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนผ่าน “กำไรสุทธิ”ช่วงปี 2563-ไตรมาส 2 ปี 2565

         “ชยุตม์    หลีหเจริญกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือSSP  เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทกำลังศึกษา “การแตกไลน์” ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกัน เพื่อสร้าง New S-Curve ที่จะช่วยสร้าง“ผลตอบแทน” (รีเทิร์น)ให้มากยิ่งขึ้นในอนาคต คาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในปี 2565

       รวมทั้งการมองหา “โอกาส” ในการลงทุนใหม่ๆ ในธุรกิจผลิตไฟฟ้า โดยบริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งใน และต่างประเทศที่มีแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงหลากหลายทั้ง พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังงานไบโอแมส หรือ พลังงานขยะเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่าง “ก้าวกระโดด” และสร้างสถิติเติบโตสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

       โดยบริษัทวางเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เปิดดำเนินงานแล้ว 232 เมกะวัตต์

        ทั้งนี้ บริษัทจะใช้กลยุทธ์การลงทุนในรูปแบบการเข้า “ซื้อกิจการ” (M&A)ในโครงการที่มีโอกาสเติบโต หรือการขายโครงการบางโครงการออกไปเพื่อให้มีเงินทุนกลับคืนมาลงทุนในโครงการใหม่

        สำหรับทิศทางผลประกอบการในปี 2565 บริษัทคาดว่าครึ่งปีหลังจะเติบโตดีกว่าปีก่อน แม้ว่าในไตรมาส 3 ปี 65 จะเป็นช่วงโลซีซั่นของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ แต่เชื่อว่าจะมีปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ปี 65 และช่วงเดียวกันของปีก่อน

       โดยธุรกิจจะกลับมาดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 65 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม และโรงไฟฟ้าพลังงานลม ร่มเกล้าวินด์ฟาร์ม กำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ที่บริษัทเข้าลงทุนในสัดส่วน 25% ซึ่งจะสนับสนุนให้ผลงานปี 65 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ตามเป้าหมายจากความสำเร็จที่บริษัทสามารถขยายโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนได้ทุกรูปแบบ

       ขณะที่บริษัทยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ LEO เฟส 2 ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 17 เมกะวัตต์ ซึ่งมีความคืบหน้าตามแผนที่วางไว้ว่าจะสามารถจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ราวไตรมาส 2 ปี 67

        ส่วนการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม เฟส 2 ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างเตรียมการพัฒนา และโครงการพลังงานลม ทางภาคใต้ของเวียดนาม กำลังการผลิต 110 เมกะวัตต์ ก็อยู่ระหว่างเตรียมพร้อมที่จะพัฒนาในเร็วๆ นี้

      นอกจากนี้ ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป) ในประเทศอินโดนีเซีย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างราว 20 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีการ Operation ไปแล้ว 22.5 เมกะวัตต์ คาดว่าปี 2566 กำลังการผลิตของโซลาร์รูฟท็อปในอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้นไปได้ถึง 100 เมกะวัตต์

      สำหรับผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 2 ปี 65 อยู่ที่ 644.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 404.5 ล้านบาท หรือ 168.3% จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้กำไรพิเศษในไตรมาส 2 ปี 65 จากขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ฮิดากะ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีกำไร 348.4 ล้านบาท

      อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการดังกล่าว SSP มีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2 ปี 65 ที่ 293.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% ขณะที่ EBITDA หลักจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 657.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.0 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันของปีก่อน

      ท้ายสุด “ชยุตม์” บอกไว้ว่า เราเร่งขยายการลงทุน และแตกไลน์ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนธุรกิจเติบโตก้าวกระโดด สร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์