background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

TRP หุ้น ‘ศัลยกรรม’ ตกแต่งใบหน้า ลุยขายไอพีโอปั้นธุรกิจขึ้นแท่น ‘โรงพยาบาล’

TRP หุ้น ‘ศัลยกรรม’ ตกแต่งใบหน้า ลุยขายไอพีโอปั้นธุรกิจขึ้นแท่น ‘โรงพยาบาล’

"เอสเตติก คอนเนค" จากธุรกิจ "คลินิก" จ่อขยับขึ้นแท่น "โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามเฉพาะใบหน้า" ด้วย "จุดเด่น" อยู่ในอุตสาหกรรมเทรนด์โลก เล็งระดมทุนกลางเดือนต.ค. 66 หวังสร้างการเติบโตครั้งใหม่ !

เมื่อการทำ “ศัลยกรรมความงาม” ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังหรือต้องแอบทำกันอีกแล้ว !! ดังนั้น ทิศทางของอุตสาหกรรมศัลยกรรมความงานทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงมีอัตราการเติบโต “โดดเด่น” และแนวโน้มยังเติบโตไปได้อีกระยะไกล... สะท้อนผ่านคนมีอายุยืนยาวมากขึ้น ส่งผลให้หันมาสนใจและดูแลตัวเองกันมากขึ้น ทั้งในเรื่องของ “ผิวพรรณและการศัลยกรรม”

สารพัด “ปัจจัยบวก” ดังกล่าว ส่งผลดีต่อหุ้นน้องใหม่ บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP ผู้ประกอบการคลินิกเวชกรรมภายใต้ชื่อ “ธีรพรคลินิก” ให้บริการศัลยกรรมความงามเฉพาะบนใบหน้าเท่านั้น ทั้งการผ่าตัดดึงหน้า (Face-Lock) การผ่าตัดตาสองชั้น การผ่าตัดเสริมจมูก และบำรุงผิวพรรณ ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ที่กำลังจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ด้วยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 90 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.71% ราคาหุ้นละ 14 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นมูลค่าเสนอขาย 1,260 ล้านบาท คาดจะเข้าซื้อขายวันแรก (เทรด) กลางเดือนต.ค. 2566

อย่างไรก็ตาม ราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 21.12 เท่า นับเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับสภาวะของตลาดในปัจจุบัน และ อัตราการเติบโตในอนาคต

ด้วย “จุดเด่น” ของหุ้น TRP เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับทิศทางเมกะเทรนด์ของโลก และ มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

TRP หุ้น ‘ศัลยกรรม’ ตกแต่งใบหน้า ลุยขายไอพีโอปั้นธุรกิจขึ้นแท่น ‘โรงพยาบาล’ ณ ปัจจุบัน TRP ประกอบธุรกิจหลักสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.การให้บริการหัตถการเกี่ยวกับผ่าตัดตามมาตรฐานทางการแพทย์ เช่น ศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า (Face-Lock) ผ่าตัดตา ผ่าตัดจมูก และส่วนอื่นๆ เช่น ดึงหน้าผาก คางเป็นต้น 2.การให้บริการให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในการผ่าตัดที่จำเป็นต้องได้รับยาระงับความรู้สึกหรือตามที่ผู้ใช้บริการแจ้งความประสงค์ 

และ 3.การให้บริการที่ไม่เกี่ยวกับการผ่าตัด ได้แก่ การให้บริการด้านผิวพรรณอื่นๆ เช่น การฉีดสารเติมเต็มริ้วรอยและปรับรูปหน้า (Filler) การฉีดสารต้านริ้วรอยและปรับรูปหน้า (Botox) การให้วิตามินทางน้ำเกลือ เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้หลักมาจากการให้บริการหัตถการเกี่ยวกับผ่าตัด โดยปี 2565 มีสัดส่วนกว่า 93.26% ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็น รายได้จากการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้ามากเป็นอันดับหนึ่ง 63.39% รองลงมาเป็นรายได้จากการศัลยกรรมผ่าตัดตา 20.45%รวมทั้งรายได้จากศัลยกรรมผ่าตัดจมูก 5.22%นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการให้บริการให้ยาระงับความรู้สึก 4.29%ของรายได้จากการให้บริการ

“ผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) หรือ TRP เล่าให้ฟังว่า การเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นครั้งนี้ ! เพื่อต้องการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สะท้อนผ่านเงินระดมทุนหลัก ๆ จะใช้เพื่อ “ก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่” มูลค่า 450 ล้านบาท บนพื้นที่ 2 ไร่ 2 งานไม่ไกลจากที่เดิม พื้นที่ใช้สอย 9,918 ตารางเมตร ซึ่งจะมีห้องบริการหลังทำแผลเพิ่มเป็น 11 ห้อง ห้องให้คำปรึกษา 8 ห้อง และห้องผ่าตัดเพิ่มเท่าตัวเป็น 12 ห้อง คาดว่าจะสามารถรองรับการเติบโตได้อีกเป็นสิบปี ตามแผนจะสร้างเสร็จในช่วงไตรมาส 4 ปี 2567 

รวมทั้งการ “จัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์” มูลค่า 80 ล้านบาท , นำไป “ชำระเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน” มูลค่า 95 ล้านบาท และใช้เป็น “เงินทุนหมุนเวียนในกิจการ” เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจการให้บริการศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะใบหน้าที่เติบโตตามจำนวนผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและต่างประเทศ

โดย TRP มีเป้าหมายจะก้าวสู่การเป็น “โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะใบหน้าแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย” เพื่อรองรับการให้บริการศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะใบหน้าที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเทรนด์การดูแลสุขภาพ และความงาม รวมถึงการเข้าสู่สังคมสูงอายุ แต่ยังต้องการดูดี 

ทั้งนี้ โรงพยาบาลแห่งใหม่ในทำเลใกล้เคียงกับคลินิกเดิม แต่จะสามารถรองรับลูกค้า “2 กลุ่ม” ทั้งลูกค้าไทยและต่างชาติ เนื่องจากคนไทยบางส่วนก็ยังไม่รู้จักชื่อเสียงความชำนาญของ “ธีรพรคลินิก” ดังนั้น โอกาสการขยายลูกค้าในประเทศไทยก็ยังมีอีกมาก ขณะเดียวกันในลูกค้าต่างชาติ มุ่งเน้นที่กลุ่มลูกค้า CLMV อยู่แล้ว โดยเฉพาะประเทศกัมพูชา และสปป.ลาว ที่ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ในการทำศัลยกรรมความงามยังไม่พัฒนาเท่ากับไทย

สำหรับแผนธุรกิจ 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทยังคงโฟกัสรายได้จากบริการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าเป็นหลัก เนื่องจากมองว่าศัลยกรรมความงามในไทยยังมีแนวโน้มเติบโตไปได้อีกไกล เพราะภาพที่ชัดเจนคือสังคมยอมรับการทำศัลยกรรมแล้ว ปัจจุบันใคร ๆ ก็ยินดีที่จะอวดเมื่อไปทำศัลยกรรมมา ทุกคนภูมิใจไม่ต้องแอบไปทำเหมือนในอดีต รวมถึงกระแสโลกโซเชียลมีเดียทำให้ทุกคนอยากดูดีเมื่อออกหน้ากล้อง จึงหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องผิวพรรณและศัลยกรรม นอกจากนี้ การผ่าตัดดึงหน้า (Face-Lock) ก็ได้รับประโยชน์จากสังคมผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน

ท้ายสุด หุ้น TRP วางเป้าหมายเป็นหนึ่งใน “หุ้นเติบโต” (Growth Stock) และ “หุ้นปันผล” (Stock Dividend) อีกทั้ง นักลงทุนยังมองเห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่มีความแข็งแกร่งของบริษัทในอนาคตอีกด้วย