วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

PwC เตือนธุรกิจไทย ปรับตัวสู้ ‘ระเบียบโลกใหม่‘ สร้างความยืดหยุ่น รับมือ 3 เมกะเทรนด์ 

PwC เตือนธุรกิจปรับตัวสู้บนระเบียบโลกใหม่  ชี้ ‘วิกฤตโลกซ้อนวิกฤต’ เป็นเรื่องปกติ ย้ำหมดยุคเน้น ‘ของถูก’ ต้องมุ่งสร้างความยืดหยุ่น รับมือ 3 เมกะเทรนด์ 

KEY POINTS

  • PwC เตือนธุรกิจไทยให้สร้างความยืดหยุ่น (Resilience) เพื่อปรับตัวรับมือกับ "ระเบียบโลกใหม่" ที่มีความผันผวนสูง
  • ธุรกิจกำลังเผชิญแรงกระแทกจาก 3 เมกะเทรนด์หลักพร้อมกัน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์, ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและ AI, และความยั่งยืน (Sustainability)
  • ผลกระทบที่สำคัญคือ AI ทำให้ทักษะแรงงาน 40% ไม่เป็นที่ต้องการ และมาตรการ CBAM ของ EU อาจกระทบการส่งออกไทยมูลค่ากว่า 2.8 หมื่นล้านบาท
  • กลยุทธ์สำคัญในการอยู่รอดคือการเปลี่ยนจากซัพพลายเชนที่เน้นต้นทุนต่ำไปสู่ความยืดหยุ่น, การทบทวนพอร์ตธุรกิจ และการบริหารจัดการจุดเสี่ยง (Choke Point) ขององค์กร

ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ การดิสรัปชันของ AI และมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น บทเรียนสำคัญของ CEO ทั่วโลกในปัจจุบันไม่ใช่แค่การมองหาต้นทุนที่ต่ำที่สุด แต่คือการสร้าง "ความยืดหยุ่น" (Resilience) และการกล้าปรับพอร์ตธุรกิจเพื่อให้อยู่รอดในระเบียบโลกใหม่ที่ความเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเรื่องถาวร

โลกกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะ New World Order หรือระเบียบโลกใหม่ที่ความผันผวนและวิกฤติต่างๆ เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่ถาวร  ส่งผลให้องค์กรธุรกิจทั่วโลกและประเทศไทยไม่สามารถใช้วิธีการบริหารจัดการแบบเดิมได้อีกต่อไป ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจากผลสำรวจ PwC Global CEO Survey ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นจากผู้นำองค์กรเกือบ 5,000 ท่าน ใน 109 ประเทศทั่วโลก 

นางสาวฉันทนุช โชติกพนิช หัวหน้าสายงานดีลส์บริษัท PพC ประเทศไทศไทย  กล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond the trap จัดโดย "กรุงเทพธุรกิจ"  หัวข้อ Navigating the New World Order ว่า โลกกำลังเผชิญกับแรงกระแทกจาก 3 เมกะเทรนด์หลัก ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่ ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics), ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและ AI และ ความยั่งยืน (Sustainability)

ในการประเมินวิกฤตการณ์เหล่านี้ นางสาวฉันทนุชได้เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า วิกฤตทุกวิกฤตไม่ได้ส่งผลกระทบเท่ากัน อันนี้คงเทียบกับการเหมือนโดนบีบแขน 5 นาที เทียบกับการโดนบีบคอ 5 นาที Impact ที่เกิดกับร่างกายหรือธุรกิจเราผลกระทบไม่เท่ากัน  

ดังนั้น ผู้นำองค์กรจึงต้องเร่งค้นหาและบริหารจัดการจุดที่เป็น Choke Point  ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตของธุรกิจให้ได้อย่างตรงจุด

PwC เตือนธุรกิจไทย ปรับตัวสู้ ‘ระเบียบโลกใหม่‘ สร้างความยืดหยุ่น รับมือ 3 เมกะเทรนด์ 

AI เปลี่ยนภูมิทัศน์แรงงาน — CBAM กระทบส่งออกไทย 2.8 หมื่นล้าน

สำหรับด้านภูมิรัฐศาสตร์ ผลกระทบจากกฎเกณฑ์การค้าใหม่ๆ เช่น การเพิ่มอัตราภาษี (Tariff) จากสหรัฐอเมริกา และสงครามในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุน การขนส่ง และความมั่นคงทางพลังงาน 

ในด้านเมกะเทรนด์ด้านเทคโนโลยี ผลการศึกษาระบุว่า ความก้าวหน้าของ AI กำลังเข้ามารื้อโครงสร้างอุตสาหกรรมอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเภสัชกรรม (Pharmaceutical) การแพทย์ หรือการเงินธนาคาร 

ขณะเดียวกันรายงานจาก World Economic Forum (WEF) ยังเตือนด้วยว่า แรงงานในปัจจุบันมากถึง 40% มีทักษะที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไปในอนาคตทำให้องค์กรต้องเร่งกระบวนการ Upskill อย่างเร่งด่วน 

ขณะที่ ด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก โดยเฉพาะมาตรการ EU CBAM ของสหภาพยุโรป ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าสินค้าส่งออกของไทย มากกว่า 28,000 ล้านบาท ใน 16 กลุ่มสินค้าตก อยู่ภายใต้มาตรการนี้ หากกระบวนการผลิตยังมีปริมาณคาร์บอนสูง ผู้ซื้อจะต้องแบกรับต้นทุนการซื้อใบรับรอง (Certificate) เพิ่มขึ้น จนส่งผลให้ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก 

หมดยุค Supply Chain ราคาถูก - ทุนโลกแห่ซบ Aerospace & Defense

นางสาวฉันทนุช ชี้ว่าความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญในตลาดทุนและการลงทุนทั่วโลก 3 ประการ ดังนี้ 

1.การปรับเปลี่ยนจากการเน้นต้นทุนต่ำสุด (Optimal) ไปสู่การสร้าง Resilience จะเห็นได้ว่า  ในอดีต ซัพพลายเชนที่เน้นแรงงานราคาถูกและสต็อกสินค้าต่ำ ถูกมองว่ามีประสิทธิภาพที่สุด แต่เมื่อเกิดวิกฤต ซัพพลายเชนรูปแบบนี้กลับเปราะบางที่สุด 

ผลสำรวจ พบว่า องค์กรมากกว่า 60% กำลังปรับปรุงซัพพลายเชน โดยยอมถือสต็อกเพิ่มขึ้น ขยายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีความมั่นคง และเพิ่มเส้นทางขนส่งสำรอง 

2. การไหลเข้าของกระแสเงินทุน (Capital Flow) สู่กลุ่มธุรกิจความมั่นคง นอกเหนือจาก AI แล้ว อุตสาหกรรมที่กลุ่ม M&A ทั่วโลกให้ความสำคัญอย่างมากคือ Aerospace & Defense (อากาศยานและการป้องกันประเทศ) ซึ่งมี Profit Margin เฉลี่ยสูงถึง 46%และมีมูลค่าคำสั่งซื้อค้างส่ง (Backlog) สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตอบโจทย์ทั้งด้าน Geopolitics และเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงขยายตัวไปสู่ Cyber Security

3. การทบทวนพอร์ตธุรกิจ (Portfolio Reconfiguration) มองว่า  CEO ยุคนี้ต้องกล้าประเมิน Business Model ของตนเอง โดยเทรนด์ที่เห็นเด่นชัดในไทยและทั่วโลก คือการ Carve-out หรือตัดขายสินทรัพย์และหน่วยธุรกิจที่ไม่ถนัด ออกมาร่วมทุน (Joint Venture) กับพันธมิตร เพื่อดึงจุดแข็งมารวมกันและสู้ในตลาดโลก 

3 คำถามฉุกคิดก่อนเลือกลงทุน

นางสาวฉันทนุช ได้ฝาก 3 คำถามสำคัญให้ผู้บริหารใช้ประเมินก่อนตัดสินใจลงทุนในสภาวะที่มีความผันผวนสูง  คำถามแรก Assumption & Choke Point  หากสมมติฐานต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อย้อนกลับไปดู Choke Point ของธุรกิจ การลงทุนนั้นยังคงสมเหตุสมผลและน่าลงทุนอยู่หรือไม่ 

คำถามที่ 2 Capability & Advantage การลงทุนนี้ช่วยสร้าง Capability หรือ Advantage อะไรใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับโลกในอนาคตที่เรายังไม่มีในปัจจุบันหรือไม่? 

คำถามที่ 3 Option 2 / Disruption Plan หากต้องลงทุนเพิ่มเพื่อสร้างทางเลือกสำรอง (Option 2) เผื่อวันที่มี Disruption เกิดขึ้น เราควรเลือกลงทุน ณ จุดไหนบ้าง? 

“สิ่งนี้น่าจะสำคัญกว่าเรื่องคำตอบ คงเป็นการที่วันนี้เราได้เริ่มทำ และเริ่มปรับปรุงองค์กร เริ่มพยายามรับมือกับการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้องค์กรของเราและ Business ของเรายังคง Attractive และเจริญเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน”นางสาวฉันทนุช กล่าวทิ้งท้าย