วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซัมซุง ทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อานิสงส์จากชิปหน่วยความจำ

ซัมซุง ทำสถิติผลกำไรสูงสุดใหม่ รับอานิสงส์ความต้องการชิปหน่วยความจำพุ่งสูง แต่นักลงทุนยังระวังกับวงจรเฟื่องฟู-แตกดับ ของธุรกิจนี้

KEY POINTS

  • ซัมซุงทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 107.4 ล้านล้านวอน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) สำหรับอุตสาหกรรม AI
  • อย่างไรก็ตาม ผลกำไรดังกล่าวยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เล็กน้อย เนื่องจากอัตรากำไรในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภคลดลง
  • การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้พลิกโฉมธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของซัมซุง ทำให้บริษัทกำลังไล่ตามคู่แข่งอย่าง SK Hynix ในตลาด HBM

บลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics Co.) รายงานกำไรทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง แต่ยังต่ำกว่าความคาดหวังที่อยู่ในระดับสูงมาก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาชิปหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

กำไรจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วงสามเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 107.4 ล้านล้านวอน (80,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือมากกว่า 8 เท่าจากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากความต้องการหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ HBM

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประมาณการของนักวิเคราะห์ที่ 108.7 ล้านล้านวอนอยู่ประมาณ 1% เนื่องจากกลุ่มบริษัทเกาหลีใต้ซึ่งดำเนินธุรกิจตั้งแต่ชิปไปจนถึงสมาร์ตโฟนกำลังเผชิญอัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค จากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น

  • รายได้ของซัมซุงต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

 

ตัวเลขเบื้องต้นที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค. 69) ระบุว่า รายได้อยู่ที่ 195 ล้านล้านวอน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้เช่นกัน

 

นีล ชาห์ รองประธานฝ่ายวิจัยของ Counterpoint กล่าวว่า “ตัวเลขเหล่านี้แข็งแกร่งมาก และบริษัทก็ยังมีปัจจัยสนับสนุนอีกมากในปีหน้า โดยเฉพาะธุรกิจ HBM เพราะผลประโยชน์เต็มรูปแบบจากธุรกิจนี้ยังไม่ปรากฏออกมาอย่างเต็มที่”

 

ตัวเลขกำไรระดับสูงเป็นประวัติการณ์และความคาดหวังที่สูงมากสะท้อนให้เห็นว่า เศรษฐศาสตร์ของกระแสการเติบโตด้าน AI ได้เปลี่ยนมาเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อ Samsung, SK Hynix Inc. และ Micron Technology Inc. เนื่องจากผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลต่างเร่งจัดหาชิปหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI

 

Counterpoint Research ปรับเพิ่มประมาณการราคาชิป DRAM ในไตรมาสสาม โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10–20% จากไตรมาสก่อนหน้า จากเดิมที่ประเมินไว้ 5–10% เนื่องจากลูกค้าเร่งสั่งซื้อเร็วขึ้น และผู้ผลิตมีอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น

กระแสการเติบโตดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Samsung อย่างมาก หลังจากเมื่อไม่กี่ปีก่อนบริษัทเพิ่งเผชิญภาวะขาดทุนจากการชะลอตัวของอุปสงค์อย่างรุนแรง

 

ปัจจุบัน การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI กำลังดูดซับ DRAM ขั้นสูงในปริมาณมหาศาล ขณะที่ Samsung กำลังไล่ตาม SK Hynix ในตลาดหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง ซึ่งเป็นชิปสำคัญที่ใช้ทำงานร่วมกับชิปเร่งความเร็ว AI ของ Nvidia Corp และบริษัทอื่น ๆ

 

ความแข็งแกร่งของวัฏจักรธุรกิจนี้ยังสะท้อนให้เห็นในข้อมูลการค้าของเกาหลีใต้ โดยมูลค่าการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

นักวิเคราะห์โดยเฉลี่ยคาดว่าธุรกิจชิปของ Samsung จะมีกำไรจากการดำเนินงานราว 110 ล้านล้านวอน ขณะที่ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์เพื่อผู้บริโภคของบริษัทจะขาดทุน ทั้งนี้ Samsung ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองซูวอน มีกำหนดเปิดเผยงบการเงินฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 29 ตุลาคม

 

อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น Samsung ยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายนราว 25% แม้บริษัทจะประกาศผลประกอบการทุบสถิติไปแล้วในเดือนกรกฎาคม นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังต่อกำไรที่พุ่งสูงขึ้นในอุตสาหกรรมที่มักเผชิญกับวัฏจักรขึ้นลงผันผวนอย่างรุนแรง (Boom-and-Bust Cycles)  

โดยปัจจุบัน Samsung และ SK Hynix ต่างเร่งขยายกำลังการผลิต และเพิ่มการลงทุนสนับสนุนบริษัทในกลุ่ม AI มากขึ้น เพื่อผลักดันดีมานด์ต่อผลิตภัณฑ์ของตนเอง