คปภ. ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล-ต่างจังหวัด ดูแลผู้เอาประกันภัย ย้ำรอระดับน้ำลดลงก่อนประเมินมูลค่าความเสียหายรวม สั่งภาคประกันภัยตั้งรับเคลมสินไหม ชี้รถยนต์จมน้ำ หนักสุด
KEY POINTS
- คปภ. สั่งการและประสานงานกับบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือและช่วยเหลือผู้เอาประกันที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- มีการประเมินว่ารถยนต์เป็นทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด เนื่องจากน้ำท่วมฉับพลันทำให้ประชาชนเคลื่อนย้ายรถไม่ทัน
- ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 (ชั้น 1) จะคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง ส่วนประเภทอื่นและประกันอัคคีภัยบ้านต้องซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม
- คปภ. แนะนำให้ผู้เอาประกันถ่ายภาพความเสียหายของทรัพย์สินไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการยื่นเคลมประกัน
จากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผย กรุงเทพธุรกิจ ถึงสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์และต้องรอให้ระดับน้ำลดลงก่อน จึงจะสามารถประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลการแจ้งเคลมประกันภัยได้อย่างชัดเจน
สำหรับแนวทางการดูแลและเยียวยาผู้เอาประกันภัย คปภ. โดยสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ ได้ประสานงานร่วมกับบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามการแจ้งเคลม ขณะที่ในระดับภูมิภาคได้มีการจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อรองรับปัญหาอย่างต่อเนื่อง
"ในช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ยังเร็วเกินกว่าจะประเมินมูลค่าความเสียหายรวมหรือปรับประเมินกองทุนภัยพิบัติได้ ซึ่งในระยะนี้จะเน้นไปที่การประสานงานช่วยเหลือประชาชนร่วมกับภาครัฐก่อน"
ในส่วนของหลักเกณฑ์การชดเชยค่าสินไหมทดแทน นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ประกันภัยรถยนต์ คาดเป็นทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้เคลื่อนย้ายพาหนะไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 (ประกันชั้น 1) จะให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง ส่วนกรมธรรม์ประเภทอื่น เช่น ประเภท 3 จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้เลือกซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้เท่านั้น
ประกันภัยทรัพย์สินและบ้านพักอาศัยนั้น สำหรับบ้านพักอาศัยที่ทำประกันอัคคีภัย พร้อมซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วม จะสามารถทยอยยื่นเรื่องเคลมประกันได้หลังจากระดับน้ำลดลง โดยส่วนใหญ่ความคุ้มครองสำหรับสิ่งของและทรัพย์สินภายในบ้านพักอาศัยจะมีวงเงินคุ้มครองอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท
คปภ. แนะนำให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ ถ่ายภาพสภาพความเสียหายของรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สินภายในบ้านไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียด จากนั้นให้นำหลักฐานดังกล่าวไปแจ้งต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต พร้อมทั้งติดต่อยื่นเรื่องกับบริษัทประกันภัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการชดเชยค่าสินไหมทดแทนต่อไป





