“อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต” เผยคนไทยมีทุนประกันเฉลี่ยเพียง 3 แสนบาท อัตราการเข้าถึงประกันในไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก ชี้จังหวะดอกเบี้ยยังต่ำ หนุน “ยูนิตลิงค์” โต ส่ง “My Style Protect” รับเทรนด์คนรุ่นใหม่ พร้อมลุยดันยอดขายปีนี้ แตะ 688 ล้านบาท
KEY POINTS
- อลิอันซ์ อยุธยา ชี้ปัญหาคนไทยมีทุนประกันชีวิตเฉลี่ยต่ำเพียง 3 แสนบาท และอัตราการเข้าถึงประกันยังน้อย จึงรุกตลาดยูนิตลิงค์เพื่อเป็นทางออก
- บริษัทฯ เน้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงค์) ที่มีความยืดหยุ่นและให้ผลตอบแทนสูงกว่าในยุคดอกเบี้ยต่ำ โดยมียอดขาย 7 เดือนแรกเติบโต 56%
- เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ My Style Protect Series เจาะกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องการความคุ้มครองสูงควบคู่กับการลงทุน ด้วยเบี้ยประกันที่เข้าถึงง่าย
- ตั้งเป้าหมายยอดขายยูนิตลิงค์ปี 2569 ที่ 688 ล้านบาท และเพิ่มจำนวนตัวแทนที่มีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน (IC License) เป็น 1,800 คน
นางสาวพบพร พิพัฒน์สาธุกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจยูนิตลิงค์ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติล่าสุดของสมาคมประกันชีวิตไทย พบว่า ทุนประกันชีวิตเฉลี่ยของคนไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่น้อยมากสำหรับการวางแผนชีวิต
นอกจากนี้ อัตราการเข้าถึงประกัน (Insurance Penetration) ของไทยยังอยู่ที่เพียง 3.6% ของ GDP ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกที่ 7% หรือประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งอยู่ที่ 8-11%
จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมประกันในไทยยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าประชากรไทยถึง 2 ใน 3 ยังคงไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิต
ขณะเดียวกัน ตลาดประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) กลับมาเป็นสินค้าแห่งอนาคตในยุคดอกเบี้ยขาลง มองว่า แนวโน้มตลาดประกันยูนิตลิงค์ กลับมาเติบโตอย่างมากและเป็นอนาคตของธุรกิจประกัน เนื่องจากในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง การบริหารจัดการประกันชีวิตแบบดั้งเดิม (Ordinary Life) จะทำได้ยากขึ้น ส่งผลให้เบี้ยประกันมีราคาแพงขึ้นและให้ผลตอบแทนที่ลดลงในมุมมองของลูกค้าสถานการณ์นี้ส่งผลให้ประกันยูนิตลิงค์ กลายเป็นทางเลือกที่โดดเด่น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และการส่งต่อมรดกเนื่องจากมีความยืดหยุ่นสูงและเปิดโอกาสให้ผู้ถือกรมธรรม์ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามมูลค่าสินทรัพย์ที่ไปลงทุน
สะท้อนจากในช่องทางตัวแทนของบริษัท มีผลการดำเนินงานกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันยูนิตลิงค์ ในช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ มีเบี้ยประกันรับปีแรก 233 ล้านบาท เติบโต56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนยอดขายประกันยูนิตลิงค์ คิดเป็น 14% ของยอดขายใหม่ผ่านช่องทางตัวแทน ซึ่งเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มธุรกิจผ่านตัวแทน และบริษัทจะขยายสัดส่วนนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายปี2569 ประกันยูนิตลิงค์จะมียอดขายรวม 688 ล้านบาท เติบโต 45%
พร้อมเพิ่มจำนวนตัวแทน ที่ได้รับใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุนหรือ IC เป็น1,800คนจากปัจจุบันมีแล้วกว่า 1,582 คน คิดเป็นสัดส่วน 12%ของตัวแทนทั้งหมด ยังเห็นโอกาสการเติบโตอีกมากจากความต้องการวางแผนการเงินที่ผสานทั้งความคุ้มครองและโอกาสสร้างความมั่นคงในระยะยาว
และต่อยอดการเติบโตด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ ล่าสุดเปิดตัว My Style Protect Plus และ My Style Protect Max บริษัทตั้งเป้ายอดขายเบี้ยประกันภัยรับปีแรกของ Protect Series 190 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนยอดขายของผลิตภัณฑ์ใหม่ อยู่ที่ 25% ของยอดรวมเบี้ยประกันภัยปีแรกของธุรกิจยูนิตลิงค์
สำหรับ MyProject Series แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อเสริมพอร์ตยูนิตลิงค์และเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถออกแบบความคุ้มครองควบคู่กับการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นและสอดคล้องกับแต่ละช่วงของชีวิตมากขึ้น ตอบโจทย์คนวัยทำงาน ปรับเพิ่มทุนประกันชีวิตเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญในชีวิต (Life Event) โดยไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่ม เพียงตอบคำถามสุขภาพ 1 ข้อ เบี้ยประกันเริ่มต้นต่ำสุดเพียงประมาณ 50 บาทต่อวัน หรือประมาณ 18,000 บาทต่อปี ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงประกันได้มากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและมีความสามารถในการแข่งขันสูงในปัจจุบันจากปีนี้เป็นปีที่ช่องทางธนาคารมีการแข่งขันสูงมาก โดยหลายธนาคารหันมาเน้นขายประกันยูนิตลิงค์และอินเด็กซ์ลิงค์มากขึ้น
ต่อมุมมองการลงทุนของประกันยูนิตลิงค์ ดังกล่าว นางสาวพบพร กล่าวด้วยว่า เรามี “จุดแข็ง” ความยืดหยุ่น และนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายผ่านกองทุนประเภท Active Fund ที่ครอบคลุมทั้งตลาดไทย, Emerging Markets, ญี่ปุ่น, ยุโรป และสหรัฐอเมริกา อีกทั้งมีการเข้าถึงธีมการลงทุนระดับโลก แม้จะไม่ใช่การลงทุนในหุ้นรายตัวโดยตรง แต่ลูกค้าสามารถเลือกลงทุนในกองทุน Global Equity ที่มีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำหรือหุ้นธีม AI ที่กำลังเติบโตได้ รวมถึง “กองทุนผสม” (Multicash Fund) และ สินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ
ด้าน “ผลตอบแทน” จากกองทุนจะมีความผันผวนตามตลาดและพอร์ตที่เลือก เฉลี่ย 10 ปีย้อนหลัง ได้มากกว่า 10% แต่มีส่วนเสริมที่แน่นอนคือ Loyalty Bonus กว่า 0.15% ต่อปีจากมูลค่าเงินสะสมหากทำตามเงื่อนไข โดยลูกค้าสามารถเลือกสับเปลี่ยนกองทุน (Switching) ได้ทุกวันโดยไม่มีค่าธรรมเนียม เพื่อให้สอดคล้องกับ “สภาวะตลาด” และ “ความเสี่ยง” ที่ยอมรับได้
“แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยภายนอก แต่บริษัทเชื่อมั่นว่าด้วยเครื่องมือสนับสนุนการขายที่ทันสมัยและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ประกันยูนิตลิงค์ผ่านช่องทางตัวแทนของเรายังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดประเทศไทย”





