วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ นักลงทุนรอทิศทางดอกเบี้ยเฟด

ราคาทองคำโลกทรงตัว หลังหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟดและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ดีลเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังเลือนราง

KEY POINTS

  • ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนกำลังจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และแนวโน้มข้อตกลงในช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ ที่ชะลอตัวลง ช่วยลดแรงกดดันให้เฟดต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
  • แม้ราคาทองจะย่อตัวลง แต่ยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของนักลงทุนและการเข้าซื้อของธนาคารกลาง โดยเฉพาะจากจีน

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลก เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในเช้าวันศุกร์ (14 ส.ค. 69) หลังจากย่อตัวลงมาอยู่ต่ำกว่า 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่บรรดาผู้ค้ากำลังประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และแนวโน้มของข้อตกลงในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) อีกครั้ง

ทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน แม้จะย่อตัวลงในวันพฤหัสบดีหลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์ ทั้งนี้ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ที่ชะลอตัวลง ชี้ให้เห็นว่าผลกระทบจากภาวะวิกฤตราคาพลังงานเนื่องจากสงครามอิหร่านเริ่มลดน้อยลงในเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้แรงกดดันต่อเฟดในการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดดุดันลดลง

เฟดอาจจะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า

ตลาดเงินกำลังคาดการณ์ว่ามีโอกาสราว 1 ใน 3 ที่จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยก่อนที่เฟดจะประชุมกันอีกครั้งในเดือนหน้า จะมีการรายงานข้อมูลการจ้างงานเพิ่มเติม และนักลงทุนจะจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ในงานสัมมนาประจำปีของธนาคารกลางที่แจ็กสันโฮล (Jackson Hole) ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

แม้ว่าแนวโน้มที่จะไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปจะส่งผลดีต่อทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย แต่อัตราดอกเบี้ยที่ยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานก็อาจกดดันราคาทองคำแท่งได้ เนื่องจากทำให้พันธบัตรรัฐบาลมีความน่าสนใจมากกว่า ในขณะเดียวกัน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งราคาพลังงานนี้เป็นปัจจัยหลักที่หนุนความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อมานับตั้งแต่สงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

การฟื้นตัวของราคาทองคำขึ้นมาเหนือระดับสำคัญที่ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับแรงหนุนจากความต้องการลงทุนที่กลับมาอีกครั้ง และการซื้อเพิ่มขึ้นของธนาคารกลางต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประเทศจีน ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ส่งผลให้ราคาทองคำขยับขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วัน (100-day moving average) เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน แม้ว่าจะถอยกลับมาอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวนับแต่นั้นก็ตาม

"โครงสร้างทางเศรษฐกิจมหภาคเริ่มส่งผลเชิงบวกมากขึ้น แม้ว่าสถานะการลงทุนอาจจะไม่เอื้ออำนวยเท่าใดนัก และโมเมนตัมทางเทคนิคเริ่มดูตึงตัวหลังจากฟื้นตัวขึ้นมาระดับหนึ่ง" คริสโตเฟอร์ หว่อง นักกลยุทธศาสตร์จาก Oversea-Chinese Banking Corp ระบุในรายงาน "ความเสี่ยงในการพักฐานยังคงมีอยู่รอบ ๆ ระดับราคาปัจจุบัน" เขากล่าวเสริม

 

อัปเดตราคารุ่งเช้าวันศุกร์ (14 ส.ค. 69)

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ขยับขึ้น 0.2% สู่ระดับ 4,359.73 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:22 น. ตามเวลาสิงคโปร์ หลังจากร่วงลง 1.3% ในวันพฤหัสบดี ส่วนราคาเงิน (Silver) เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอยู่ที่ 64.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมและแพลเลเดียมทรงตัว ส่วน ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งเป็นดัชนีวัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย