ราคาทองคำโลกขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐ ที่ซบเซาลดโอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลกพุ่งสูงขึ้นในวันศุกร์ (7 ส.ค. 69) โดยแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ หลังจากยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ในเดือนกรกฎาคมลดลงอย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งทำลายโอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ย และส่งผลให้ทองคำแท่งทำสถิติสัปดาห์ที่ดีที่สุดในรอบ 7 เดือน
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 2.3% สู่ระดับ 4,336.02 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 14:42 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (18:42 GMT) หลังจากปรับตัวขึ้นมากกว่า 3% ไปแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน
ทองคำแท่ง จ่อปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม โดยราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 7% ในสัปดาห์นี้ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (US Gold Futures) ปรับตัวขึ้น 2.3% ปิดที่ 4,399.70 ดอลลาร์
จ้างงานสหรัฐลดลงอย่างผิดความคาดหมาย
สำนักงานสถิติแรงงาน สังกัดกระทรวงแรงงานสหรัฐ ระบุว่า ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรในสหรัฐ ลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนที่แล้ว ขณะเดียวกันมีการปรับลดตัวเลขเพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนเหลือ 20,000 ตำแหน่งจากรายงานเบื้องต้นบวก 57,000
ทั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ที่ถูกสำรวจโดยรอยเตอร์เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 80,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม
คาดเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน
เดวิด เมเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการซื้อขายโลหะของ High Ridge Futures กล่าวว่า "ข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ นำไปสู่สถานการณ์ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มลดลงที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป"
เมเกอร์ ยังกล่าวอีกว่า ราคาพลังงานที่ลดลงและโอกาสที่สหรัฐ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยลง เป็นสัญญาณชี้ถึงค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง และราคาทองคำที่แข็งแกร่งขึ้น
จากข้อมูลของกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSEG) ตลาดสัญญาซื้อขายอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าได้สะท้อนโอกาส 43.9% ที่ Fed จะคุมเข้มนโยบายการเงินในเดือนกันยายน ลดลงจาก 57% ก่อนรายงานการจ้างงาน ขณะที่ความน่าจะเป็นที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 56.1% จาก 43.2% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล
อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย เนื่องจากทองคำแท่งไม่มีการสร้างดอกเบี้ย
ธนาคารยูบีเอส (UBS) ระบุในรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า คาดว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นถึง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2027
ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาเชื่อว่าสงครามกับอิหร่านจะจบลงในเร็วๆ นี้
สำหรับโลหะประเภทอื่น โลหะเงินสปอต (Spot Silver) ปรับตัวขึ้น 3% สู่ระดับ 63.29 ดอลลาร์ต่อออนซ์, แพลทินัม แข็งแกร่งขึ้น 1.1% สู่ระดับ 1,747.60 ดอลลาร์ และ แพลเลเดียม เพิ่มขึ้น 0.8% สู่ระดับ 1,381.61 ดอลลาร์ โดยโลหะทั้งสามชนิดมุ่งหน้าสู่การเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์เช่นกัน




