วันศุกร์ ที่ 31 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ดาบสองคม Gold Futures เครื่องมือทำกำไร 50 เท่า สู่หลุมพรางล้างพอร์ต

ดาบสองคม Gold Futures ทำไมเครื่องมือทำกำไร 50 เท่า อย่าง Leverage ถึงกลายเป็นหลุมพรางล้างพอร์ตนักลงทุน? นพ.กฤชรัตน์ วิเคราะห์ “จุดเริ่มต้น” การใช้เครื่องมือทางการเงินผิดประเภท

ทองคำมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” หรือ Safe Have ที่อยู่ยงคงกระพันมานับพันปี และแทบจะไม่มีคำว่า "เจ๊ง" หากเป็นการซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณเก็บไว้เฉยๆ 

แต่ในโลกการเงินยุคใหม่ กลับมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่หมดตัวและ "ล้างพอร์ต" จากการลงทุนในทองคำ อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง?

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold หรือ “แม่ทองสุก” กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำน่าลงทุน?” ได้ออกมาวิเคราะห์ “จุดเริ่มต้น” ของปัญหาที่เกิดจากการใช้เครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า "Gold Futures" อย่างผิดประเภท

ดาบสองคม Gold Futures เครื่องมือทำกำไร 50 เท่า สู่หลุมพรางล้างพอร์ต

เวทมนตร์แห่ง ‘มาร์จิ้น’ กำไร 50 เท่าด้วยเงินก้อนเล็ก  

ราคาทองคำ มักจะขยับขึ้นลงทีละนิด  ประมาณ 0.5% - 1%  ซึ่งอาจดูไม่เร้าใจสำหรับนักลงทุนที่ชอบเก็งกำไร นักการเงินจึงได้ออกแบบระบบที่เรียกว่า "Leverage" หรืออัตราทด ขึ้นมา เพื่อให้นักลงทุนใช้เงินวางประกัน หรือ “มาร์จิ้น” เพียงก้อนเล็กๆ แต่สามารถควบคุมทองคำมูลค่ามหาศาลได้

ตัวอย่างเช่น วางเงินเพียง 2% แต่สามารถควบคุมทองคำได้ 100% ซึ่งหมายความว่านักลงทุนมีโอกาสทำกำไรสูงถึง "50 เท่า"  เมื่อราคาทองแกว่งตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เช่น 1  ดอลลาร์ นักลงทุนอาจได้กำไรทวีคูณเป็น 50 ดอลลาร์ ทำให้ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากที่หวังรวยทางลัดเข้ามาเก็งกำไร

 หลุมพราง ‘ล้างพอร์ต’ ชั่วข้ามคืน 

ความน่ากลัวของ Leverage  คือ "มันทำงานทั้งสองทาง" หากคุณใช้เงินวางประกัน 2%  แล้วราคาทองคำร่วงลงเพียงแค่ 2% เงินลงทุนของคุณจะหายวับไป 100% ทันที หรือที่เรียกว่า "เจ๊งเลย"

ความผิดพลาดคลาสสิกที่สุดของนักลงทุนไทยคือ "การไม่รู้จักคำว่าขาดทุน" หรือไม่ยอมตัดใจขาย หลายคนใช้วิธีฝืนทนถือสัญญา Gold Futures ยาวๆ ไปจนถึงสิ้นปีเพียงเพราะเชื่อในบทวิเคราะห์ว่าราคาทองคำในระยะยาวจะเป็นขาขึ้น

แต่นพ.กฤชรัตน์ อธิบายว่า การทำเช่นนั้นคือการ "ใช้เครื่องมือทางการเงินผิดประเภท" เพราะการเล่น Futures ด้วยระบบ Margin แท้จริงแล้วคือ "การกู้เงินระยะสั้นมาลงทุน" 

การใช้คำว่า Margin ฟังแล้วดูเท่เพื่อไม่ให้รู้สึกว่ากำลังเป็น “หนี้” แต่ความจริงคือการกู้ยืม 

ดังนั้น การนำเครื่องมือเก็งกำไรระยะสั้นไปถือยาว เปรียบเสมือนการนำ "สว่านตัวเล็กสำหรับไขน็อต ไปเจาะพื้นคอนกรีต" ซึ่งมีแต่จะพังยับเยิน เมื่อราคาเหวี่ยงลงระหว่างทาง นักลงทุนจึงต้องทน "เติมเงินประกัน" ไปเรื่อยๆ จนหมดตัวคาพอร์ต

ระบบ Force Close บังคับขาย ตัดไฟแต่ต้นลม 

ด้วยความเสี่ยงที่สูงลิ่วนี้ ตลาดที่เป็นทางการจึงต้องมีระบบ Force Close กคือการบังคับปิดสถานะ หรือ บังคับขายเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้นักลงทุนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวไปมากกว่าเงินที่วางไว้อย่างถูกกฎหมาย   

กลไกนี้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ทางการจีนเพิ่งสั่งกวาดล้างและปิดบัญชีนักลงทุนรายย่อยที่ไปเก็งกำไรด้วยมาร์จิ้นสูงๆ นอกตลาด (OTC) จนขาดทุนยับเยิน แล้วบังคับให้เข้ามาเทรดในตลาดทางการที่ควบคุมความเสี่ยงได้แทน

นพ.กฤชรัตน์ ทิ้งท้ายว่า Gold Futures ไม่ใช่เครื่องมือที่เลวร้าย แต่ต้องใช้ให้ถูกที่ ถูกเวลา และถูกประเภท โดยมีคำแนะนำดังนี้ 

  • เริ่มด้วยเงินเย็นและอัตราทดต่ำ หากยังไม่มีความรู้ ให้ใช้เงินเย็นเทรดและหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage สูงๆ
  • บริหารความเสี่ยงคือหัวใจสำคัญ  ตำราการลงทุนระดับโลกทุกเล่ม บทแรกๆ ไม่ได้สอนวิธีทำกำไร แต่สอนเรื่อง "การบริหารความเสี่ยง"  นักลงทุนต้องรู้ว่าจุดไหนควรป้องกันความเสี่ยง
  • รู้ลิมิตตัวเอง เหมือนการขับรถซูเปอร์คาร์ 300 กม./ชม. คุณต้องคำนวณออกว่าต้องเบรกล่วงหน้ากี่วินาทีรถถึงจะไม่ไถลหลุดโค้ง ไม่ใช่สักแต่เหยียบคันเร่ง

ท้ายที่สุด สำหรับนักลงทุนรายย่อยหรือผู้ที่มีทุนน้อยและไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอ การหลีกเลี่ยงเครื่องมือเก็งกำไรระยะสั้น แล้วหันมาใช้วิธี การออมทองออนไลน์ หรือ DCA ทยอยสะสมวันละ 100-200 บาทแบบไม่ต้องสนใจความผันผวน จะเป็นเกราะป้องกันความมั่งคั่งและรักษาสภาพจิตใจได้ดีที่สุดในระยะยาว