“แม่ทองสุก” หรือ MTS ชี้ราคา ’ทองคำ‘ ครึ่งปีหลังหลุด 60,000 บาท จับตา ‘สงคราม-เฟดขึ้นดบ.’ กดดันราคาทองคำโลกร่วง 400 ดอลลาร์ ระยะกลาง-ยาวผันผวน แนะ DCA เลี่ยง Leverage
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท MTS Gold หรือ ”แม่ทองสุก“ กล่าวบรรยายในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) ปี 2569 หัวข้อ “สินทรัพย์ทางเลือก ทองคำน่าลงทุน?” พร้อมประเมินทิศทางและคาดการณ์ ราคาทองคำ ในช่วงครึ่งปี 2569 หลุด 60,000 บาทยาก และมองว่า ราคาทอง ในระยะสั้นถึงระยะกลางยังคงมีความผันผวนและอยู่ในช่วงของการ “ปรับฐานลง” ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาเป็นเทรนด์ขาขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า
นพ.กฤชรัตน์ ประเมิน ราคาทองโลก โดยมองว่า หากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง อาจเห็นราคาปรับลดลงมาที่ระดับ 3,800 แต่หากเกิดกรณีแย่ที่สุดคือเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ราคาอาจปรับฐานลึกลงไปแตะระดับ 3,600 ซึ่งโดยรวมคาดว่า ราคาทองโลก มีโอกาสปรับลดลงจากจุดเดิมได้อีกประมาณ 400 ดอลลาร์
สำหรับ ราคาทองไทย หากราคาทองโลกปรับลดลง 400 ดอลลาร์ จะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับลดลงตามไปประมาณ 4,800 - 5,000 อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าโอกาสที่ราคาทองไทยจะหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 60,000 บาทนั้น "เป็นไปได้ยากมาก"
แม้ในปีนี้ผลตอบแทนของทองคำอาจเผชิญภาวะติดลบหากสงครามยืดเยื้อ แต่จากสถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่า ทั้งภาวะสงครามและอัตราดอกเบี้ยระดับสูงมักจะไม่คงอยู่นานเกิน 1 ปี
“ในระยะเวลาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป หรือตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป ราคาทองคำจะสามารถเบรกกลับมาเป็นแนวโน้มขาขึ้นได้อีกครั้ง”
4 ปัจจัยกระทบ ‘ราคาทองคำ’ ในช่วงครึ่งปีหลัง
1.’เฟด‘ ขึ้นดอกเบี้ย
ปัจจัยนี้ถือเป็นตัวกดดันหลัก เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในตัวเองจึง "กลัวดอกเบี้ย"
หากเงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้น อาจส่งผลให้เฟดต้องตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างมากไม่เกิน 2 ครั้ง
2.สงครามตะวันออกกลาง
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ กลุ่มประเทศในตะวันออกกลางและอิหร่าน เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความผันผวน
หากสงครามยืดเยื้อหรือลุกลาม จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเกินระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และหากยืนระยะได้นานกว่า 1 เดือน ก็จะไปกระทบให้ตัวเลข “เงินเฟ้อ” ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
3.การเปลี่ยนสถานะสู่ "สินทรัพย์สำรอง" (Reserve Asset) ของธนาคารกลาง
นับตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ทีมชาติตะวันตกใช้มาตรการยึดทรัพย์สินและพันธบัตร มุมมองต่อทองคำของโลกได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ธนาคารกลางกว่า 50 แห่งทั่วโลกได้หันมาเทขายพันธบัตรสหรัฐและเข้าซื้อทองคำสะสมในฐานะสินทรัพย์สำรองที่ปลอดภัยจากการถูกคว่ำบาตร ส่งผลให้มีแรงซื้อในระยะยาวเข้ามาพยุงราคาอย่างมหาศาล
4.‘เงินเฟ้อ’ และการเสื่อมค่าของเงินกระดาษ Fiat Currency
การที่หลายประเทศทั่วโลกยังคง ”พิมพ์เงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินเสื่อมมูลค่าลงในระยะยาว ทองคำจึงยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ในทุกยุคทุกสมัย
แนะ DCA ทองคำ เลี่ยง Leverage
นายแพทย์กฤชรัตน์ ทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำสำหรับนักลงทุนรายย่อยว่า ไม่ควรใช้เงินทุนที่มีจำกัดไปกับการเก็งกำไรระยะสั้นที่ใช้ Leverage สูงๆ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนอย่างหนัก แต่ควรเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ "การออมแบบทยอยสะสมระยะยาว" หรือ DCA เช่น การออมวันละ 100-200 บาทอย่างมีวินัย
นอกจากนี้ ในระดับโลกยังเริ่มมีคำแนะนำว่า หากราคาทองคำปรับฐานลดลงมาต่ำกว่าระดับ 4,000 ถือเป็นจังหวะที่ดีในการเริ่มทยอยเข้าซื้อสะสมเพื่อรอทำกำไรในรอบถัดไป


