วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลก ทรงตัว หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด 

ราคาทองคำโลก ทรงตัวที่ระดับ 4,050 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด ช่วยลดแรงเดิมพันว่าดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้น  

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลก เคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังจากอัตราเงินเฟ้อรายเดือนของสหรัฐออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ทองคำแท่งซื้อขายใกล้ระดับ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเปิดตลาดวันพุธ (15 ก.ค. 69)  หลังจากพุ่งขึ้น 1.3% ในเซสชันก่อนหน้า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐปรับตัวลดลงในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 6 ปี ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรคึกคักขึ้นทันที เนื่องจากนักลงทุนต่างพากันถอนการคาดการณ์ (unwound bets) เรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่อาจเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนนี้ ขณะที่ดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อพื้นฐานที่สำคัญไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) ที่เปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

โดยดัชนีราคาผู้บริโภค ปรับตัวลดลง 0.4% จากเดือนพฤษภาคม โดยมีสาเหตุหลักมาจากการร่วงลงของราคาน้ำมันเบนซินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หากไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ดัชนีดังกล่าวถือว่าทรงตัว เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

และแม้ว่าตัวเลขเงินเฟ้อรายเดือนจะดูอ่อนลง แต่อัตราเงินเฟ้อรายปีก็ยังคงชี้ให้เห็นว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ปรับตัวสูงขึ้น 3.5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ปรับตัวสูงขึ้น 2.6%

“การชะลอตัวในครั้งนี้อาจเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว และน่าจะเริ่มเลือนหายไปทันทีในรายงานของเดือนหน้า” โอแมร์ ชารีฟ ประธานบริษัท Inflation Insights LLC กล่าว “นี่เป็นข่าวดีสำหรับเฟด  แต่มันยังห่างไกลจากคำว่าภารกิจเสร็จสิ้น”

การร่วงลงแรงของราคาน้ำมันเบนซินช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภคชาวอเมริกันได้บ้าง เนื่องจากผลกระทบอันรุนแรงด้านพลังงานจากสงครามอิหร่านเริ่มคลี่คลายลง ทว่าการสู้รบที่กลับมาปะทุขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่เริ่มกลับมาขยับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง อาจทำให้ผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากความขัดแย้งนี้ยืดเยื้อออกไป ซึ่งจะเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คิด และกลายเป็นปัจจัยลบ (headwinds) ต่อสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่างโลหะมีค่า

ในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสนานร่วม 3 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร เควิน วอร์ช  ประธานเฟด หลีกเลี่ยงที่จะส่งสัญญาณถึงการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น แต่ก็ระบุอย่างชัดเจนว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือก เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 2% ตามที่เขาได้ให้สัญญาไว้

“เรามีเครื่องมือที่จะทำเช่นนั้น” วอร์ชกล่าว “ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ผมจะขอให้เพื่อนร่วมงานของเราร่วมกันถกเถียงและตัดสินใจกันอย่างจริงจัง (family fight) เกี่ยวกับขอบเขตและช่วงเวลาที่เราจำเป็นต้องนำเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้”

ราคาทองคำ ขยับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยในเดือนนี้ หลังจากดิ่งลงไปถึง 14% ในไตรมาสที่สอง ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 การร่วงลงในวงกว้างก่อนหน้านี้ถูกกดดันจากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่าเฟดอาจคุมเข้มนโยบายการเงิน ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น นอกจากนี้ กองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่มีทองคำหนุนหลัง (Gold ETFs) ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่นักลงทุนใช้ในการเก็งกำไรราคาทองคำ ก็มีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ยอมถอยจากแผนการจัดเก็บค่าธรรมเนียม 20% สำหรับการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่พันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคอ่าวอาหรับต่างรุมเร้าให้เขายกเลิกแผนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันได้กลับมาปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านอีกครั้ง และได้เปิดฉากโจมตีที่มีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ในการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในภูมิภาค

 

อัปเดตราคาเช้าวันพุธ (15 ก.ค. 69)

ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.1% อยู่ที่ 4,050.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 06:45 น. ตามเวลาสิงคโปร์

ราคาโลหะเงิน (Silver) ปรับลดลง 0.1% อยู่ที่ 58.67 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ราคาแพลทินัมและราคาแพลเลเดียม ปรับตัวลดลงเล็กน้อย

ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับตะวันกร้าสกุลเงินหลัก ทรงตัวหลังจากปิดตลาดในเซสชันก่อนหน้าลดลง 0.4%