“ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในปี 2569 ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะ “แรงกดดัน” จาก สงคราม เงินเฟ้อ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่ทำให้ Bond Yield ปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ “เม็ดเงินต่างชาติ” ยังคงไหลเข้าสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยราว 26,000 ล้านบาทตั้งแต่ต้นปี สะท้อนว่าไทยยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ
“อริยา ติรณะประกิจ” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยปีนี้ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามในเดือนมี.ค.2569 ที่ทำให้ Bond Yield ไทยเร่งตัวขึ้น ก่อนทยอยปรับลงหลังสถานการณ์คลี่คลาย เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน Bond Yield ไทยยังเพิ่มขึ้นราว 50 bps ตามแรงกดดันจากเงินเฟ้อและทิศทางตลาดพันธบัตรสหรัฐ แต่ระดับผลตอบแทนปัจจุบันยังไม่สูงจนกระทบต้นทุนทางการเงินของภาครัฐและเอกชน
ทั้งนี้ ปัจจุบัน Bond Yield ไทยอายุ 10 ปี อยู่ที่ราว 2.1-2.2% เทียบกับ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ที่ประมาณ 4.5% ทำให้ยังมีส่วนต่างผลตอบแทนอยู่ราว 2% แม้ Bond Yield ไทยจะขยับขึ้นตามทิศทางตลาดโลก แต่ยังอยู่ระดับที่บริหารจัดการได้ ขณะที่ Fund Flow ต่างชาติปีนี้ยังผันผวนตามสถานการณ์โลก โดยเดือนมี.ค. มีแรงขายสุทธิจากความกังวลสงคราม ก่อนกลับมาไหลเข้าในเดือนเม.ย. ราว 5,100 ล้านบาท และเร่งขึ้นในเดือนพ.ค. อีกประมาณ 21,200 ล้านบาท ขณะที่เดือนมิ.ย. เริ่มเห็นสัญญาณไหลออกอีกครั้ง
หากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน Fund Flow ต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยยังเป็นบวก หรือมี Net Inflow ราว 26,000 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทยรวมประมาณ 9.5 แสนล้านบาท สะท้อนตลาดตราสารหนี้ไทยยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ด้านรัฐซึ่งยังมีความต้องการใช้เงินสูง คลังจึงปรับกลยุทธ์ระดมทุนด้วยการกระจายแหล่งกู้ยืมให้หลากหลายขึ้น เพื่อลดแรงกดดันต่อการออกพันธบัตรรัฐบาลในช่วงที่ Bond Yield ผันผวน หากออกพันธบัตรจำนวนมากเกินไปอาจกดดันให้ผลตอบแทนปรับขึ้นแรงได้
ขณะที่ “ตลาดหุ้นกู้เอกชน” เริ่มฟื้นตัวชัดเจน หลังยอดออกหุ้นกู้ไตรมาสแรกหดตัวราว 15% จากความกังวลสงคราม และความผันผวนของตลาดโลก ก่อนที่บริษัทขนาดใหญ่จะทยอยกลับมาระดมทุนอีกครั้ง ส่งผลให้มูลค่าออกหุ้นกู้สะสมล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 3.71 แสนล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อนที่ 3.78 แสนล้านบาท
“ภัทรนันท์ ธนียวัน ลิ้มอุดมพร” ผู้จัดการอาวุโส นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงครึ่งปีแรกเริ่มส่งสัญญาณน่ากังวลมากขึ้น หลัง Fund Flow ต่างชาติชะลอลงชัดเจน โดยเม็ดเงินสุทธิตั้งแต่ต้นปีเหลือเพียง 26,329 ล้านบาท
ข้อมูลเดือนล่าสุดพบ ต่างชาติขายสุทธิแล้วกว่า 19,665 ล้านบาท สะท้อนทิศทางเงินทุนที่เริ่มเปลี่ยนไปจากปีก่อนที่ยังซื้อสุทธิกว่า 72,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ตลาดยังเผชิญภาวะ Yield Curve บิดเบี้ยว จากแรงซื้อพันธบัตรระยะสั้นที่กดผลตอบแทนลง แต่พันธบัตรระยะยาว 10-30 ปี กลับถูกขายจน Bond Yield ปรับขึ้น ซึ่งอาจกระทบภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องการออกหุ้นกู้ระยะยาว เพราะมีแนวโน้มเผชิญต้นทุนการเงินสูงขึ้นและระดมทุนได้ยากขึ้น
“ภราดร เตียรณปราโมทย์” ผู้อำนวยการ ฝ่ายสายงานวิจัย บล.เอเชีย พลัส กล่าวว่า ภาพรวม Fund Flow ต่างชาติในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีแรกยังเป็นบวก รวมถึงตลาดตราสารหนี้ที่มีเงินไหลเข้าสุทธิใกล้ราว 26,000 ล้านบาท สะท้อนว่าตลาดไทยยังได้รับความสนใจจากต่างชาติ แม้เดือนมิ.ย.2569 จะเริ่มเห็นแรงขายกลับมาอีกครั้ง
“ฝั่งตราสารหนี้มีเงินทุนไหลเข้าแรงในช่วงต้นปี ก่อนสลับเป็นไหลออกในเดือน มี.ค.2569 จากผลกระทบสงคราม จากนั้นกลับมาไหลเข้าในเดือนเม.ย.-พ.ค. ก่อนพลิกเป็นไหลออกอีกครั้งในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ยอดสะสมลดลงเหลือราว 26,000 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มครึ่งปีหลังเริ่มมีความเสี่ยงมากขึ้นจากโอกาสที่ Fed อาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งอาจกดดัน Bond Yield โลกให้ปรับขึ้น กระทบทั้ง Fund Flow ตราสารหนี้และบรรยากาศลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง


