วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกร่วงหลุด $4,100 ดอลลาร์พุ่งสูง วิตกดอกเบี้ยขาขึ้น

ราคาทองคำโลกไหลลงต่อ หลังการคาดการณ์เรื่องขึ้นดอกเบี้ยหนุนดอลลาร์พุ่งสูงสุดในรอบ 1 ปี ตลาดเฝ้ารอข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐในวันพฤหัสบดี คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้  

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงในวันอังคาร (23 มิ.ย. 69) เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐพุ่งสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งปี จากความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยนี้ได้บดบังปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงท่ามกลางความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน

 

ราคาทองคำสปอต (Spot gold) ขยับลง 1.4% สู่ระดับ 4,131.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อเวลา 13:50 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ (17:50 GMT)

 

สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปิดตลาดลดลง 1.3% อยู่ที่ 4,149.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์

  • ดอลลาร์แข็งค่ามากสุดในรอบ 1 ปี

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปีเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้ทองคำมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือครองสกุลเงินอื่น

 

"ในเวลานี้ ตลาดทองคำและเงินไม่ได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากนัก ผมคิดว่าพวกเขากำลังจับตาดูสิ่งที่ธนาคารกลางสหรัฐ แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างใกล้ชิดมากกว่า" บ็อบ ฮาเบอร์คอร์น นักกลยุทธ์การตลาดอาวุโสจาก StoneX กล่าว

  • แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น

สัญญาณการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวด (Hawkish) เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อจาก เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ได้ผลักดันให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

ปัจจุบัน บรรดาเทรดเดอร์มองว่ามีโอกาสราว 86% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 61% ก่อนการประชุมเฟดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อ้างอิงตามเครื่องมือติดตามเฟด CME FedWatch Tool

 

แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่โลหะมีค่าชนิดนี้มักจะได้รับผลกระทบในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยสูง เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย

 

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สหรัฐได้ระงับมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านเป็นเวลา 60 วันโดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ หลังจากมีการเจรจาครั้งแรกภายใต้ข้อตกลงสันติภาพที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น แม้ว่าการสู้รบในเลบานอนจะยังคงดำเนินอยู่ก็ตาม

 

ก่อนหน้านี้ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า การเจรจากับเจ้าหน้าที่อิหร่านในสวิตเซอร์แลนด์ได้วางรากฐานที่ดีสำหรับข้อตกลงสันติภาพขั้นสุดท้าย โดยเริ่มมีการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มขึ้นผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่เคยติดขัดก่อนหน้านี้

 

ราคาสัญญาซื้อขายน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าร่วงลงมากกว่า 1% ในวันอังคาร

 

ขณะนี้นักลงทุนกำลังเฝ้ารอข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการเงิน

 

สำหรับโลหะมีค่าประเภทอื่น ๆ ราคาเงินสปอต (Spot silver) ดิ่งลง 4.9% สู่ระดับ 61.98 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมลดลง 1.2% สู่ระดับ 1,657.92 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมร่วงลง 2.6% สู่ระดับ 1,232.28 ดอลลาร์

  • อัปเดตราคาเช้าวันพุธ (24 มิ.ย.69)

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำสปอตลดลง 0.8% อยู่ที่ 4,083.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 07:40 น. ในสิงคโปร์ ส่วนราคาโลหะเงิน (Silver) ร่วงลง 1.1% อยู่ที่ 60.86 ดอลลาร์ ขณะที่แพลทินัม (Platinum) และแพลเลเดียม (Palladium) ต่างปรับตัวลดลงเช่นกัน ในขณะที่ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ค่อนข้างทรงตัว

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ระบุว่า ในช่วงเช้าวันพุธนี้ ราคาทองคำโลกร่วงหลุด 4,100 ดอลลาร์ หลังกระแสเทขายหุ้นเทคโนโลยี บีบนักลงทุนเทขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

โดยราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากกระแสการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างหนักในวอลล์สตรีท ได้ผลักดันให้นักลงทุนต้องปรับลดการถือครองทองคำแท่งลง เพื่อนำเงินไปชดเชยผลขาดทุนในส่วนอื่นๆ ของพอร์ตการลงทุน

 

ราคาทองคำสปอต ร่วงลงต่ำกว่า 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช้าวันพุธ หลังจากปรับตัวลดลงไปแล้ว 1.7% ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นราคาปิดตลาดที่ต่ำที่สุดในรอบสองสัปดาห์ ขณะที่ราคาพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อวันอังคาร และดัชนีชี้วัดค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.4% ส่งผลให้ราคาทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อส่วนใหญ่ที่ถือสกุลเงินอื่น

 

แม้ว่าทองคำจะเป็นที่รู้จักในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Haven Investment) แต่บ่อยครั้งราคาทองคำมักจะปรับตัวลดลงในช่วงที่มีการเทขายอย่างรุนแรงในหลายๆ ตลาดพร้อมกัน เนื่องจากทองคำทำหน้าที่เป็นแหล่งสภาพคล่อง (Source of Liquidity) ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องในวันพุธ จากความกังวลว่าการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI นั้นพุ่งสูงเกินความเป็นจริงไปมากแล้ว

 

การดิ่งลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาทองคำ ซ้ำเติมสถานการณ์เดิมที่ทองคำถูกกดดันอยู่แล้วจากความกังวลเรื่องความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ท่าทีเชิงรุกในการคุมเข้มนโยบายการเงินของ เควิน วอร์ช ประธาน Fed คนใหม่ ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน และบดบังปัจจัยบวกจากข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ลงนามไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นถือเป็นปัจจัยลบต่อโลหะมีค่าที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย