ราคาทองคำโลกดีดขึ้น 1.9% เช้าวันจันทร์ ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงและเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังจากสหรัฐอเมริกา-อิหร่านแถลงปิดดีลสันติภาพ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลกดีดขึ้น 1.9% ในเช้าวันจันทร์ (15 มิ.ย.69) ด้านตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก ขณะที่ราคาน้ำมันร่วงลงและเงินดอลลาร์อ่อนค่า หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านแถลงว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ดัชนีชี้วัดหุ้นเอเชียพุ่งขึ้น 2.1% ในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1% ด้านเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่น และราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นในทุกช่วงอายุ (ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนลดลง) ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ Brent ร่วงลงมากกว่า 4% มุ่งสู่ระดับ 83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในระดับที่ต่ำที่สุดในรอบกว่าสามเดือน ด้านบิตคอยน์ (Bitcoin) พุ่งขึ้นมากกว่า 2%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะทำการ "เปิด" ในวันศุกร์นี้ ทันทีที่มีการลงนามในข้อตกลงกับอิหร่าน ทั้งนี้ การประกาศข้อตกลงดังกล่าวเริ่มขึ้นครั้งแรกจากนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ตามมาด้วยทรัมป์และสื่อของรัฐบาลอิหร่าน แม้จะยังไม่มีฝ่ายใดเปิดเผยเนื้อหาฉบับเต็มของข้อตกลง แต่โครงร่างคร่าว ๆ ของข้อตกลงนี้ได้ถูกส่งต่อกันมาหลายวันแล้ว
ตลาดรอข่าวดีมานาน
“ตลาดเฝ้ารอข่าวนี้มานานหลายเดือน และเริ่มเห็นสัญญาณการผ่อนคลายแล้ว โดยราคาน้ำมันปรับตัวลดลงและสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา” จอช กิลเบิร์ต หัวหน้านักวิเคราะห์ฝ่ายเอเชียแปซิฟิกและตะวันออกกลางจาก eToro Ltd กล่าว “อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความเคลื่อนไหวที่เกิดจากความหวัง ไม่ใช่ความแน่นอน ความกังวลต่าง ๆ จะยังไม่หมดไปจนกว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงจริง ๆ ซึ่งหมายความว่านักลงทุนยังคงต้องใช้ความระมัดระวังไว้ก่อน”
ข้อตกลงสันติภาพนี้ช่วยปูทางไปสู่การยุติความขัดแย้งที่คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน ทำลายระบบเศรษฐกิจโลก และสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินมานานกว่าสามเดือน การกลับมาขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางอีกครั้งอาจช่วยลดมูลค่าส่วนต่างจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Premium) ที่แฝงอยู่ในราคาน้ำมันดิบ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระของเหล่าผู้กำหนดนโยบายที่กำลังต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อ
บอนด์ยีลด์ร่วง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลง 6 จุด (Basis Points) มาอยู่ที่ 4.42% ในช่วงต้นของการซื้อขายในตลาดเอเชีย โดยบริษัทโบรกเกอร์ ACCM ระบุว่า อัตราผลตอบแทนอาจปรับตัวลดลงไปสู่ระดับ 4.20% เนื่องจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเริ่มคลี่คลายลงหลังมีข้อตกลงชั่วคราวในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ในขณะที่ความขัดแย้งก่อนหน้านี้เคยดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งสูงเนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่แพงขึ้น แต่ตลาดหุ้นกลับเพิกเฉยต่อความปั่นป่วนดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ โดยดัชนีชี้วัดหุ้นโลกยังคงเดินหน้าทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกระแสความคลั่งไคล้ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไม่หยุดยั้ง
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้งในวันจันทร์ โดยบริษัท Anthropic PBC เปิดเผยว่า ทางบริษัทได้ระงับการเข้าถึงโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัยที่สุด รวมถึงโมเดล "Mythos" หลังจากมีคำสั่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจากรัฐบาลของทรัมป์ เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีดังกล่าวตกไปอยู่ในมือของชาวต่างชาติ
“หากมองเฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว มันย่อมส่งผลลบต่อบรรยากาศการลงทุนในเอเชีย” โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG Markets ในซิดนีย์กล่าว “แต่ในตอนนี้ ข่าวข้อตกลงสันติภาพน่าจะเข้ามาบดบังผลกระทบนี้ไปหมด อย่างน้อยก็ในข่วงเริ่มต้น”
ความเสี่ยงจากเหตุการณ์สำคัญครั้งถัดไปที่ตลาดกำลังจับตาดูจะเกิดขึ้นในวันพุธนี้ เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะลงมติเรื่องอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้นักลงทุนยังคงรอคอยการตัดสินใจของธนาคารกลางอื่น ๆ อีกหลายแห่งในสัปดาห์นี้ เนื่องจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลางได้เริ่มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจแล้ว
สำหรับในเอเชีย คาดว่าธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิมเมื่อสิ้นสุดการประชุมสองวันในวันอังคาร ขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 1% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่ปี 1995 ส่วนธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งตามการสำรวจของ สำนักข่าว Bloomberg หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบการประชุมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อพยุงค่าเงินของประเทศ
การประชุมของ Fed ในครั้งนี้จะเป็นการประชุมครั้งแรกภายใต้ประธานคนใหม่ นายเควิน วอร์ช หากมีสัญญาณที่น่าเชื่อถือว่า Fed พร้อมที่จะกลับมาเน้นการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ตลาดวอลล์สตรีทก็น่าจะคลายความกังวลเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของวอร์ชในการรักษาความเป็นอิสระจากการเมืองของธนาคารกลาง นอกจากนี้ แผนภาพคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Dot-plot) จะเป็นเครื่องพิสูจน์สำคัญสำหรับนักลงทุนที่กำลังเดิมพันว่า Fed จะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในช่วงปลายปีนี้หรือไม่
“การที่ Fed คงดอกเบี้ยแบบมีท่าทีเข้มงวด น่าจะช่วยหนุนค่าเงินดอลลาร์ แต่แนวทางของวอร์ชก็อาจจะเข้ามาทำลายงานเลี้ยงของฝั่งดอลลาร์ขาขึ้นได้เช่นกัน” เอเลียส แฮดแดด หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ตลาดโลกจาก Brown Brothers Harriman ระบุในบันทึกถึงลูกค้า โดยตลาดจะมุ่งความสนใจไปที่ว่า วอร์ชจะ “โหวตตามเสียงส่วนใหญ่ให้คงอัตราดอกเบี้ย หรือจะโหวตสวนทางเพื่อลดดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้เขาเป็นประธาน Fed คนแรกในประวัติศาสตร์ที่แพ้คะแนนโหวตในเรื่องนโยบาย”
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดสัปดาห์นี้
ตลาดหุ้น (Stocks)
สัญญาล่วงหน้า S&P 500 พุ่งขึ้น 1% ณ เวลา 09:15 น. ตามเวลาโตเกียว
สัญญาล่วงหน้า Hang Seng เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
ดัชนี Topix ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 2.8%
ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย พุ่งขึ้น 1.3%
สัญญาล่วงหน้า Euro Stoxx 50 พุ่งขึ้น 1.9%
อัตราแลกเปลี่ยน (Currencies)
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Bloomberg Dollar Spot Index) ลดลง 0.3%
ค่าเงินยูโร พุ่งขึ้น 0.4% ไปอยู่ที่ 1.1611 ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น 0.2% ไปอยู่ที่ 159.90 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินหยวนนอกประเทศ (Offshore Yuan) เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยที่ 6.7572 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียพุ่งขึ้น 0.5% ไปอยู่ที่ 0.7081 ดอลลาร์สหรัฐ
สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrencies)
บิตคอยน์ (Bitcoin) พุ่งขึ้น 2.8% ไปอยู่ที่ 65,792.16 ดอลลาร์สหรัฐ
อีเธอร์ (Ether) พุ่งขึ้น 3.5% ไปอยู่ที่ 1,728.45 ดอลลาร์สหรัฐ
ตลาดพันธบัตร (Bonds)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ลดลง 6 จุด (Basis Points) มาอยู่ที่ 4.42%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลออสเตรเลียอายุ 10 ปี ลดลง 5 Basis Points มาอยู่ที่ 4.76%
สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)
น้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ร่วงลง 5% ไปอยู่ที่ 80.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 1.9% ไปอยู่ที่ 4,300.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์


