วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

ราคาทองคำโลกร่วงลงราว 3% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง

ราคาทองคำโลกร่วงลงราว 3% หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง หนุนคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น ตลาดประเมินโอกาส 72% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม  

รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลก ร่วงลงราว 3% ในวันศุกร์(5 มิ.ย. 69) หลังรายงานตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ ที่ออกมาดีกว่าคาด ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงไปอีกนาน ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อที่ได้รับแรงหนุนจากสงครามในตะวันออกกลาง

 

ทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ร่วงลง 2.96% มาอยู่ที่ 4,341.52 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 13:44 น. ตามเวลานิวยอร์ก (17:44 น. GMT) หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ในช่วงก่อนหน้า โดยตลอดสัปดาห์นี้ราคาทองคำปรับตัวลงแล้วราว 4.3%

สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ปิดตลาดร่วงลง 3.1% อยู่ที่ 4,365.3 ดอลลาร์

จ้างงานสหรัฐสูงกว่าคาด ตลาดกังวลดอกเบี้ยอาจสูงขึ้น

กระทรวงแรงงานสหรัฐ ผ่านสำนักงานสถิติแรงงาน ระบุในรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm payrolls) เพิ่มขึ้น 172,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม หลังจากเดือนเมษายนถูกปรับทบทวนเพิ่มเป็น 179,000 ตำแหน่ง โพลของรอยเตอร์คาดการณ์ไว้เพียง 85,000 ตำแหน่ง จากตัวเลขเดิมที่รายงานในเดือนเมษายน 115,000 ตำแหน่ง

บาร์ต เมเลก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ TD Securities  กล่าวว่า  

“ตัวเลขการจ้างงานออกมาสูงกว่าที่คาดไว้ค่อนข้างมาก”

“เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า เรายังมีสงครามในอิหร่าน ราคาพลังงานที่สูงมาก และแรงกดดันเงินเฟ้อ ทำให้มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เฟดจะอยู่ในอารมณ์ที่จะปรับลดดอกเบี้ย ผลกระทบต่อทองคำคือ ‘ต้นทุนในการถือครอง’ กำลังสูงขึ้นมาก”

 

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ดีดตัวขึ้นหลังการประกาศตัวเลขจ้างงาน ส่งผลให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำซึ่งไม่มีดอกผลสูงขึ้นตามไปด้วย

 

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์กำลังมุ่งหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ ขณะที่ราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 17% นับตั้งแต่สงครามสหรัฐกับอิหร่านเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น และยิ่งเพิ่มความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่อัตราดอกเบี้ยที่สูงมักกดดันราคาทองคำ ขณะนี้ตลาดกำลังกำหนดราคาโดยประเมินโอกาสราว 72% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME Group เทียบกับก่อนหน้าเผยแพร่ข้อมูลจ้างงานที่ประเมินไว้ราว 50%

ความต้องการทองคำในอินเดียซบเซาในสัปดาห์นี้ ขณะที่ส่วนต่างราคา (พรีเมียม) ในจีนเริ่มลดลง

ราคาโลหะเงิน (Spot Silver) ร่วงลง 6.8% มาอยู่ที่ 68.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมร่วง 5.9% อยู่ที่ 1,788.49 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 5.9% มาอยู่ที่ 1,242.50 ดอลลาร์ โดยทั้งสามโลหะมีค่าเคลื่อนไหวในทิศทางมุ่งหน้าปรับตัวลงรายสัปดาห์ทั้งหมด