ราคาทองคำโลกปรับตัวลงเช้าวันพุธนี้ หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง หนุนคาดการณ์ดอกเบี้ยสูงยาวนานขึ้น ตลาดยังติดตามการเจรจายุติสงครามอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลก ขยับลงเล็กน้อย หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐตอกย้ำมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
ราคาทองคำแท่ง ร่วงลงมากสุดราว 0.5% หลุดระดับ 4,470 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายช่วงเช้าวันพุธในตลาดเอเชีย (3 มิ.ย.69) หลังจากปิดบวก 0.1% ในวันก่อนหน้า ข้อมูลจากสำนักสถิติแรงงานสหรัฐฯ (Bureau of Labor Statistics) ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างในสหรัฐ เดือนเมษายนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี ขณะที่การเลิกจ้างงานลดลง
ธุรกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง
จำนวนตำแหน่งงานว่างในสหรัฐเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นสู่ 7.62 ล้านตำแหน่ง จาก 6.89 ล้านตำแหน่งในเดือนมีนาคม สูงกว่าคาดการณ์กลางจากโพลนักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กที่ 6.87 ล้านตำแหน่ง สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังแกร่ง แม้ภาคธุรกิจต้องรับมือกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นจากสงครามอิหร่าน
หนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักคือ บริการด้านวิชาชีพและธุรกิจ (professional and business services) ซึ่งจำนวนตำแหน่งงานว่างทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี และคิดเป็นแทบทั้งหมดของการปรับเพิ่มในเดือนดังกล่าว ขณะเดียวกัน ธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานน้อยกว่า 10 คนก็เป็นกลุ่มที่มีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มขึ้นของตำแหน่งงานว่างเช่นกัน โดยทั้งสองกลุ่มทำสถิติการเพิ่มขึ้นรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน เพื่อยุติสงครามที่ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลกและกระตุ้นความกังวลด้านเงินเฟ้อ ซึ่งกดดันให้ราคาทองคำร่วงลงราว 15% นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าทั้งสองฝ่าย “ยังคงเจรจากันอย่างต่อเนื่อง” ขณะที่สำนักข่าวเมห์ร (Mehr) ของอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่เตหะรานกำลังหารือ “ข้อความสุดท้าย” ที่จะส่งให้สหรัฐ
อัปเดตราคาทองคำเช้าวันพุธ (3 มิ.ย. 69)
ณ เวลา 07:24 น. ตามเวลาในสิงคโปร์ ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 4,469.13 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาโลหะเงิน ร่วง 0.9% สู่ 74.44 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แพลทินัมและแพลเลเดียมปรับตัวลงเช่นกัน ส่วนดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐของบลูมเบิร์ก (Bloomberg Dollar Spot Index) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์ ขยับขึ้น 0.1% หลังจากปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันก่อนหน้า

