“ราคาทองคำ” ร่วงแรงต่อเนื่องจนหลุดแนวรับสำคัญที่ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งสัญญาณเข้าสู่แนวโน้ม “ขาลง” ชัดเจน ท่ามกลางแรงกดดันจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันพุ่ง และความกังวลเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ “กูรู” เตือนตลาดทองคำอาจผันผวนหนัก และซึมยาวอีกอย่างน้อย 3 เดือน แนะนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารพอร์ต
“จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายก สมาคมค้าทองคำ ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า ราคาทองคำร่วงแรง หลุดแนวรับสำคัญ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงมาแถว 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังตลาดกังวล “เงินเฟ้อสูง” อาจทำให้เฟดชะลอ “ลดดอกเบี้ย” หรือ “ขึ้นดอกเบี้ย” กดดันแรงขายทองคำต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐ และทิศทางนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะเดียวกันความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ ดันราคาน้ำมันสูง เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจโลก
สำหรับ แนวโน้มระยะสั้นทองคำยังผันผวนสูง และหากเงินเฟ้อยังสูงมีโอกาสที่ทองคำจะลงไปทดสอบที่ 4,200 ดอลลาร์ แต่ทว่าระยะยาวยังมองมีโอกาสกลับมาทำจุดสูงใหม่ได้ ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรระวังมากขึ้น ส่วนระยะยาวมองเป็นจังหวะทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว
“นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ” ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท MTS GOLD แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองคำในปัจจุบันได้หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปรับตัวลงต่อเนื่องจนหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ภาพรวมราคาทองคำทั้งในระยะสั้น และระยะกลางเข้าสู่ “สภาวะขาลง” ชัดเจน
ทั้งนี้ แนวโน้มขาลงดังกล่าวอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน โดยมีแนวรับสำคัญถัดไปอยู่ที่ระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากราคาทองคำลงไปถึงระดับดังกล่าว จะเท่ากับว่าทองคำปรับตัวลดลงลึกราว 160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากระดับปัจจุบัน
โดยแรงกดดันราคาทองคำในช่วงนี้ มาจากความกังวลต่อราคาน้ำมันที่ยังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงความเสี่ยงที่เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสูงในช่วงปลายปีนี้ เพื่อตอบโต้กับภาวะเงินเฟ้อ
นอกจากนี้ ตลาดยังเกิดแรงขายทองคำต่อเนื่อง พร้อมกับการโยกเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่ให้ผลตอบแทนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ส่งผลให้ทองคำถูกกดดันอย่างหนักในระยะนี้
สำหรับ คำแนะนำด้านการลงทุน นักลงทุนระยะสั้นควรลดสัดส่วนการลงทุนลงเพื่อจำกัดความเสี่ยง ขณะที่ผู้ที่ใช้เงินกู้ในการลงทุนควรลดพอร์ตอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง เพื่อป้องกันความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งในภาวะที่แนวโน้มของทองคำเปลี่ยนเป็นขาลง นักลงทุนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด
“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด กล่าวว่า ราคาทองคำในปัจจุบันปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และเคลื่อนตัวลงสู่โซน 4,300-4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลด้านเศรษฐกิจโลก
ทั้งนี้ ระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นแนวรับสำคัญ หากยังยืนได้ทองคำยังมีโอกาสแกว่งตัว และฟื้นกลับขึ้น แต่หากหลุดระดับดังกล่าว แนวโน้มจะเปลี่ยนเป็นพักฐานลงต่อชัดเจน
"สำหรับแรงกดดันทองคำมาจากความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน ที่กลับมารุนแรงอีกครั้ง รวมถึงความล้มเหลวของข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และกดดันบรรยากาศลงทุนทั่วโลก"
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

