ราคาทองคำโลกมุ่งหน้าปิดสัปดาห์ลบเป็นสัปดาห์ที่สอง ราคาน้ำมันพุ่งหนุนคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ย อย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปีนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลง
รอยเตอร์ รายงานว่า ราคาทองคำโลก ร่วงลงในวันศุกร์ (22 พ.ค. 69) และกำลังมุ่งหน้าปิดลบเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ซึ่งยิ่งตอกย้ำความกังวลเงินเฟ้อและเพิ่มแรงเก็งกำไรต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ณ เวลา 13.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกสหรัฐ (17:00 น. GMT) ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.6% มาอยู่ที่ 4,515.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากระหว่างวันเคยร่วงลงถึง 1% ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ราคาทองคำติดลบ 0.4% ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับตัวลง 0.4% ปิดที่ 4,523.20 ดอลลาร์
“ผู้เล่นในตลาดตอนนี้มีสภาพคล้ายกระต่ายจ้องไฟหน้ารถ จับจ้องไปที่ ช่องแคบฮอร์มุซ และโยงไปถึงความปั่นป่วนของห่วงโซ่อุปทานในวงกว้าง ซึ่งตามมาด้วยความกลัวเงินเฟ้อและความกังวลต่อโอกาสขึ้นดอกเบี้ย” โรนา โอคอนเนล นักวิเคราะห์จาก StoneX กล่าว โดยอ้างถึงช่องทางขนส่งน้ำมันสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเริ่มสงสัยว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมได้จริงหรือไม่
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในช่วงก่อนหน้าเพียงเล็กน้อย และยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งปี กดดันความต้องการถือครองทองคำซึ่งไม่มีดอกเบี้ย
ต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงมักผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้น และอาจทำให้ธนาคารกลางจำเป็นต้องตรึงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย แม้ในอีกด้านหนึ่งทองคำจะถูกมองเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อก็ตาม
ตลาดคาดเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
ด้านนักลงทุนในตลาดเงินได้สะท้อนความเป็นไปได้ 58% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 0.25% หนึ่งครั้งภายในเดือนธันวาคม ตามข้อมูลจากเครื่องมือติดตามเฟด FedWatch ของ CME Group
คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กรรมการผู้ว่าการเฟด ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนแนวคิดดอกเบี้ยต่ำ กล่าวว่า ธนาคารกลางควรยกเลิก “ความโน้มเอียงไปทางการผ่อนคลายทางการเงิน” และเปิดทางให้พิจารณาขึ้นดอกเบี้ยได้อย่างจริงจัง
ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม จากแรงกดดันของราคาน้ำมันเบนซินที่พุ่งสูง สร้างความกังวลต่อภาระค่าครองชีพที่เลวร้ายลง
สำหรับโลหะมีค่าชนิดอื่น ๆ โลหะเงิน สปอตร่วง 1.1% สู่ระดับ 75.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แพลทินัมร่วง 2.5% มาอยู่ที่ 1,916.62 ดอลลาร์ และแพลเลเดียมลดลง 2.1% แตะ 1,349.30 ดอลลาร์ โดยโลหะทั้งหมดกำลังมุ่งหน้าปิดสัปดาห์ในแดนลบเช่นกัน

