"บล. อินโนเวสท์ เอกซ์" ให้ความเห็นต่อกรณีรัฐบาลจับมือเอกชนทำ “Action Plan” 4 ยุทธศาสตร์ ใน 6 เดือน เร่งแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ “สโลว์เบิร์น” คาดส่งผลดีต่อหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น โรงไฟฟ้า, นิคมฯ, สื่อสาร, ท่องเที่ยว และการแพทย์ ช่วยฟื้นฟูเชื่อมั่น ดึงดูดฟันด์โฟลว์
นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล นักกลยุทธ์การลงทุนและนักวิเคราะห์อาวุโสกลุ่มหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ INVX เปิดเผยว่า จากกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเตรียมนำข้อเสนอจากวงหารือร่วมภาครัฐและเอกชนภายใต้แนวคิด “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เพื่อจัดทำ Action Plan ใน 6 เดือน ตกผลึกเป็น 4 แกนยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด การยกระดับทรัพยากรมนุษย์ การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และการปลดล็อกอุปสรรคเชิงโครงสร้างพร้อมยกระดับการต่อต้านคอร์รัปชัน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น
INVX มองว่าหากมาตรการดังกล่าวสำเร็จเป็นรูปธรรมจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยจากวิกฤตพลังงานและภาวะวิกฤต "สโลว์เบิร์น" ได้ รวมทั้งจะทำให้ GDP ปี 2569 มีโอกาสเติบโตเพิ่มอีก 0.2-0.4% จากกรณีฐานเดิมที่ตั้งไว้ 1.4% จากปีที่ผ่านมา
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้นแม้การหารือจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยจำกัด เพราะยังรอความชัดเจนของแผนงาน แต่ระยะยาวนโยบายความโปร่งใสจะช่วยดึงดูด Fund Flow ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์หลักจากยุทธศาสตร์ด้านอื่นๆ ได้แก่
- กลุ่มโรงไฟฟ้า (GULF GPSC BGRIM): ได้ประโยชน์จากการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศ และการขายไฟตรงให้ลูกค้าอุตสาหกรรมด้วยอัตรากำไรสูงขึ้นในช่วงที่ดีมานด์สูง รวมถึงข้อเรียกร้องป้องกัน Data Center ศูนย์เหรียญจะหนุนให้เกิดการร่วมทุนและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
- กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA AMATA WHAUP): ความต้องการที่ดินและระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับ Data Center Park ทั้งในและนอกพื้นที่ EEC
- กลุ่มสื่อสาร (ADVANC TRUE): อุปสงค์การเชื่อมต่อโครงข่ายที่สูงขึ้น หนุนรายได้กิจการ
- กลุ่มท่องเที่ยว (ERW AWC CENTEL AOT MINT THAI AAV): ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศและพัฒนาเมืองรอง
- กลุ่มการแพทย์ (BH BDMS): นโยบายความมั่นคงด้านสุขภาพ (ผลิตยาและ Medical Supply ในประเทศ) ช่วยลดต้นทุนและการเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
- กลุ่มยานยนต์ (STANLY SAT AH): การเรียกร้องมาตรการ Safeguard และเกณฑ์การใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ภายใต้กรอบ Global Minimum Tax จะช่วยรักษาฐานการผลิตและซัพพลายเชนไทยในระยะยาว
- กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK): โอกาสขยายสินเชื่อรายใหญ่จากกระแสการย้ายฐานการผลิต (FDI) และแนวคิด "Safe, Efficient and Low Carbon Hub" ขณะที่การเข้ามาแก้ปัญหาของกลุ่ม SME จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality)

