วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เบิร์กเชียร์ขายหุ้นเชฟรอน 8 พันล้านดอลลาร์ หลังราคาพุ่งทำสถิติสูงสุด

เบิร์กเชียร์ขายหุ้นเชฟรอน 8 พันล้านดอลลาร์ หลังราคาพุ่งทำสถิติสูงสุด

Berkshire Hathaway  ขายหุ้น Chevron Corp มูลค่าราว 8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก หลังจากราคาหุ้นของยักษ์ใหญ่น้ำมันรายนี้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ ซื้อหุ้นเดลต้าแอร์

บลูมเบิร์ก รายงานว่าเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ (Berkshire Hathaway) ขายหุ้นของ Chevron Corp มูลค่าราว 8 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก หลังจากราคาหุ้นของยักษ์ใหญ่น้ำมันรายนี้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่

การขายดังกล่าวทำให้เบิร์กเชียร์ลดสัดส่วนการถือหุ้นในเชฟรอนลงราวหนึ่งในสาม เหลือสัดส่วนการถือหุ้น 4.2% ตามข้อมูลในเอกสารที่ยื่นเมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.69) โดยบริษัทกลุ่มธุรกิจจากโอมาฮา ซึ่งก่อนหน้านี้บริหารโดยวอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ลำดับที่สี่ของเชฟรอนหลังการขาย ตามข้อมูลที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์ก

 

หุ้นเชฟรอนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม หลังจากกองกำลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้น

เบิร์กเชียร์เริ่มซื้อหุ้นเชฟรอนในปี 2020 ช่วงที่ราคาหุ้นซื้อขายกันในกรอบราว 65 ดอลลาร์ต่อหุ้น ก่อนจะขายออกบางส่วนในปีถัดมา จากนั้นได้เพิ่มการลงทุนที่ระดับ 124 ดอลลาร์ต่อหุ้นในปี 2022 ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้กับที่รัสเซียบุกยูเครน การขายรอบล่าสุดเกิดขึ้นที่ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตามปริมาณการซื้อขาย 182.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น ตามข้อมูลจากบลูมเบิร์ก

  • เบิร์กเชียร์กวาดซื้อหุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ส มูลค่า 2.6 พันล้านดอลลาร์

 

Berkshire Hathaway  กวาดซื้อหุ้น Delta Airlines  มูลค่า 2.6 พันล้านดอลลาร์ จุดชนวนให้ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างกลุ่มบริษัทกับอุตสาหกรรมสายการบินกลับมามีสีสันอีกครั้ง

 

บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่โอมาฮา รัฐเนบราสกา ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อหน่วยงานกำกับเมื่อวันศุกร์ว่า ณ สิ้นเดือนมีนาคมได้เข้าถือหุ้นเดลต้าแล้ว 39.8 ล้านหุ้น การเข้าซื้อดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนราว 6.1% ส่งผลให้ราคาหุ้นสายการบินดีดตัวขึ้นมากกว่า 3% ในการซื้อขายช่วงหลังปิดตลาด

 

อุตสาหกรรมสายการบินกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น หลังสงครามสหรัฐ-อิหร่านทำให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดการสัญจรโดยพฤตินัย กระตุ้นความกังวลเรื่องอุปทานพลังงาน เมื่อต้นเดือนนี้ Spirit Airlines ยุติการดำเนินงาน หลังจากไม่สามารถหาเงินทุนฉุกเฉินได้

 

ภายใต้การบริหารของอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วอร์เรน บัฟเฟตต์ เบิร์กเชียร์มีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับอุตสาหกรรมสายการบินมาอย่างยาวนาน หลังจากการลงทุนใน USAir ที่สร้างปัญหา บัฟเฟตต์เคยพูดติดตลกในปี 2001 ว่า หากเขาอยากกลับไปลงทุนในสายการบินอีกครั้ง เขาจะโทรไปที่เบอร์ 800 เพื่อลงทะเบียนว่าตัวเองเป็น “air-o-holic” (เล่นคำจาก alcoholic)

 

อย่างไรก็ตาม ในปี 2016 เบิร์กเชียร์กลับมาลงทุนในอุตสาหกรรมอีกครั้ง โดยกวาดซื้อหุ้นในสี่สายการบินสหรัฐที่ใหญ่ที่สุด

 

แต่บัฟเฟตต์ก็เปลี่ยนใจอีกครั้งในปี 2020 เมื่อเขาขายหุ้นทั้งหมดใน Delta, Southwest Airlines, American Airlines Group  และ United Airlines Holdings  ในช่วงที่อุตสาหกรรมสายการบินกำลังเผชิญผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

เอกสารที่ยื่นครั้งนี้เป็นชุดแรกภายใต้การบริหารของประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ เกร็ก เอเบล ซึ่งเข้ารับตำแหน่งผู้นำเบิร์กเชียร์ในปีนี้ หลังจากบัฟเฟตต์ลงจากตำแหน่งที่ดำรงมานานถึงหกทศวรรษ

 

ในไตรมาสเดียวกัน เบิร์กเชียร์ยังเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Alphabet  ด้วยการซื้อหุ้นเพิ่มอีก 36.4 ล้านหุ้นในบริษัทแม่ของกูเกิล ขณะเดียวกันก็ออกจากการลงทุนใน Amazon

 

เบิร์กเชียร์ยังปิดสถานะในหุ้นอื่น ๆ เช่น Visa, Mastercard, UnitedHealth Group, Diageo plc, Pool Corp. และ Domino’s Pizza

 

UnitedHealth พยายามกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังเผชิญปัญหาในการปรับตัวเข้ากับนโยบายการจ่ายเงินของรัฐบาลสหรัฐที่เปลี่ยนแปลงไป โดยราคาหุ้นร่วงลงราว 2.5% ในการซื้อขายช่วงหลังปิดตลาดวันศุกร์

 

ด้านเบิร์กเชียร์ยังเปิดเผยด้วยว่าบริษัทได้สะสมหุ้นในผู้ค้าปลีก Macy’s Inc หลังจากแนวโน้มยอดขายที่ออกมาดีกว่าคาดหนุนให้ราคาหุ้น Macy’s ปรับตัวขึ้นก่อนหน้านี้ในปีนี้ หุ้นของผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้ารายนี้ดีดตัวขึ้นมากกว่า 6% ในการซื้อขายช่วงหลังปิดตลาดวันศุกร์

 

วอลสตรีตเจอร์นัลรายงานเมื่อเดือนที่แล้วโดยอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยชื่อที่ใกล้ชิดกับการลงทุนของเบิร์กเชียร์ว่า เอเบลได้ทยอยขายพอร์ตหุ้นที่ก่อนหน้านี้บริหารโดย ท็อดด์ คอมบ์ส อดีตผู้จัดการฝ่ายเลือกหุ้นของเบิร์กเชียร์ โดยคอมบ์สได้ย้ายไปร่วมงานกับ JPMorgan Chase & Co ตั้งแต่เดือนธันวาคม ในบทบาทที่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนในวงกว้าง