ราคาทองคำโลกทรงตัวหลังปรับตัวลดลง ขณะเงินเฟ้อสหรัฐเร่งตัวขึ้น หนุนคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด สร้างแรงกดด้นต่อตลาดทองคำ
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาทองคำโลกทรงตัวในทิศทางขาลง หลังเงินเฟ้อสหรัฐ กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง ยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น
ทองคำแท่ง ซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 4,695 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช้าวันพฤหัสบดี (14 พ.ค. 69) หลังร่วงลง 0.6% ในวันพุธ จากข้อมูลที่ชี้ว่า เงินเฟ้อภาคผู้ผลิตของสหรัฐเร่งตัวขึ้นในเดือนเมษายน สู่ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีก็ปรับขึ้นเข้าใกล้จุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เพราะทองคำไม่มีดอกเบี้ย
ประธานเฟดคนใหม่เผชิญคำถามใหญ่
วุฒิสภาสหรัฐมีมติรับรอง เควิน วอร์ช ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานเฟด แบบเฉียดฉิวเมื่อวันพุธ ท่ามกลางความกังวลว่าเขาจะสามารถรักษาธรรมเนียมของเฟดในการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยให้ปราศจากแรงกดดันทางการเมืองได้หรือไม่ คำถามเรื่องความเป็นอิสระของเฟดเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดในเดือนมกราคม
ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบนับตั้งแต่ร่วงแรงในช่วงแรกของสงครามอิหร่าน โดยนักลงทุนแกว่งไปมาระหว่างความกังวลเงินเฟ้อ ซึ่งอาจทำให้ดอกเบี้ยสูงต่อไป กับความเสี่ยงด้านการเติบโตเศรษฐกิจ ซึ่งอาจกระตุ้นให้มีการผ่อนคลายนโยบายหากความขัดแย้งยืดเยื้อ
อัปเดตราคาเช้านี้ (14 พ.ค. 69)
ณ เวลา 06:25 น. ตามเวลาในสิงคโปร์ ทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) แทบไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 4,696.77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินซึ่งปรับขึ้นมาแล้ว 19% ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้นอีก 0.4% สู่ระดับ 87.87 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และดัชนีค่าเงินดอลลาร์สปอตของบลูมเบิร์ก (Bloomberg Dollar Spot Index) แทบไม่เปลี่ยนแปลง

