วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘ทองคำ’มาถึงทางแยก ‘กูรู’แนะจับตา3สัญญาณ‘ระเบิดเวลา‘

‘ทองคำ’มาถึงทางแยก ‘กูรู’แนะจับตา3สัญญาณ‘ระเบิดเวลา‘

หลังจากการทะยานขึ้นอย่าง “ร้อนแรง” ของ “ทองคำ” ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ทว่าในปัจจุบัน ราคาทองคำ กำลังเข้าสู่โหมด “วัดใจ” จากนักลงทุนทั่วโลก เมื่อราคาทองคำเริ่มชะลอความแรง และเข้าสู่ช่วงแกว่งตัวในกรอบกว้างอย่างมีนัยสำคัญ 

ท่ามกลางกระแสลมต้านจาก “ดอกเบี้ยนโยบาย” และ “ค่าเงินดอลลาร์” ที่ยังคงแข็งกร้าว คำถามสำคัญในตลาดเวลานี้คือ นี่คือการ “พักฐานเพื่อไปต่อ” หรือเป็นจุดเริ่มต้นของ “การเปลี่ยนทิศทาง” กันแน่ ?

วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หากวิเคราะห์กันในเชิงเศรษฐศาสตร์ ราคาทองคำในปัจจุบันกำลังเผชิญกับสภาวะ Market Consolidation หรือ “การพักตัวเพื่อสะสมพลัง”

‘ทองคำ’มาถึงทางแยก ‘กูรู’แนะจับตา3สัญญาณ‘ระเบิดเวลา‘

 

โดยเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบประมาณ 4,400-4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยพื้นฐานที่ส่งสัญญาณขัดแย้งกันเอง จาก “แรงกดดันที่เป็นเพดาน” สกัดกั้น Upside ของทองคำในระยะสั้น จากปัจจัย “อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง” (Real Yield) ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง ควบคู่ไปกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าตามทฤษฎี Dollar Smile หรือ ดอลลาร์แข็งค่าได้ทั้งในช่วงเศรษฐกิจดี และช่วงที่ตลาดตื่นตระหนก

ขณะเดียวกัน กลับมี “แรงหนุนจากด้านล่าง” แม้อัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับสูง แต่ทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนในเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย (Recession) และที่สำคัญคือ “แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก” โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่ยังคงเดินหน้าสะสมทองคำในทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง

“วราวุธ” มองว่า พฤติกรรมราคาทองคำในขณะนี้ กำลังบีบตัวของความผันผวนที่แคบลงเรื่อย ๆ ซึ่งในเชิงเทคนิคเปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ที่กำลังรอวันเลือกข้าง

โดยเราคาดการณ์ “กรณีขาขึ้น” (Bullish) หากดอลลาร์เสียทิศทาง ทองคำมีโอกาสทะยานทะลุแนวต้าน 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และ “กรณีขาลง” (Bearish)หาก Real Yield พุ่งสูงไม่หยุด อาจกดดันให้ราคาดิ่งลงทดสอบแนวรับลึกที่ 4,100-4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ฉะนั้น เมื่อราคาทองคำเคลื่อนไหวบนเส้นด้ายแห่งความเสี่ยง นักลงทุนไม่อาจละสายตาจาก “3 สัญญาณความเสี่ยง” ที่พร้อมจะเขย่าพอร์ตได้ทุกเมื่อ 

สำหรับ สัญญาณแรก “ระเบิดเวลาความผันผวน” หากราคาไม่สามารถยืนเหนือ 4,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ในเวลาอันสั้น แรงขายตัดขาดทุน (Stop Loss) อาจถาโถมจนเกิดภาวะ Flash Crash

ขณะที่ ในสัญญาณต่อมา “ดอกเบี้ยสูง” (The Real Yield Trap) หากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด จนธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต้องคงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น จะเป็นพิษโดยตรงต่อทองคำ และสัญญาณสุดท้าย “ความสงบที่เหนือคาด” หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย “Safe Haven Premium” อาจสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับ กลยุทธ์การลงทุนทองคำ ในภาวะโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ โดยการบริหารพอร์ตอย่างรอบคอบ คือ หัวใจสำคัญ “ดงนั้นการพักฐานรอบนี้ไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอ แต่มันคือ กระบวนการปรับสมดุล (Rebalancing) ก่อนที่ตลาดจะเลือกทางเดินใหม่ ซึ่งจะมาพร้อมความผันผวนที่สูงขึ้นกว่าเดิม”

ล่าสุด ณ 8 พ.ค. ที่ผ่านมานี้ หลังตลาดเริ่มกลับมากกังวลจากสงครามในตะวันออก “ทวีความรุนแรงขึ้น” การเจราหยุดยิง “สหรัฐกับอิหร่าน” ยังไม่มีข้อยุติ

ดังนั้น ราคาทองคำโลกพุ่งแรงแตะระดับ “สูงสุด” ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา บ่งชี้ผ่านราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 4,734-4,758 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สอดรับกับมุมมอง “นักวิเคราะห์” จากสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Morgan Stanley เริ่มปรับมุมมอง “เชิงบวก” โดยคาดการณ์ว่าทองคำอาจสิ้นสุดปีนี้ที่ระดับสูงถึง 5,200 ดอลลาร์ หากสถานการณ์เงินเฟ้อเริ่มนิ่งและมีการลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นจริง

โดยปัจจุบันราคาทองคำกำลังอยู่ในช่วง “พยายามสร้างฐานใหม่เหนือระดับ 4,700 ดอลลาร์” เพื่อลุ้นทดสอบด่านสำคัญที่ 5,000 ดอลลาร์ในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่สถานการณ์ต่าง ๆ ยังไม่เสถียร เงินเฟ้อยังมีความเสี่ยง และการเมืองโลกยังใช้“ความไม่แน่นอน” ทำให้ “ทองคำ” จะยังไม่หมดบทบาทในพอร์ตลงทุน

ดังนั้น แต่การจะไปถึงเป้าหมาย 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้นั้น เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องฝ่าด่านแนวต้านทางจิตวิทยาและปัจจัยมหภาคที่บีบคั้นอยู่ในขณะนี้ไปให้ได้เสียก่อน