เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 32.85 ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงแรกรับผลการประชุมเฟดที่สะท้อนว่า เฟดมีแนวโน้มยืนดอกเบี้ยที่ระดับสูงเป็นเวลานาน และสมาชิกเฟดมีมุมมองที่แตกต่างกันต่อการส่งสัญญาณเรื่องดอกเบี้ยท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มสูงขึ้นในระยะข้างหน้าจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นในช่วงบ่ายตามทิศทางเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น หลังทางการญี่ปุ่นกล่าวเตือนถึงการเข้าดูแลหากเงินเยนผันผวน-อ่อนค่าเร็วเกินไป
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 228 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรไทย 1,909 ล้านบาท
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า(5-8 พ.ค.2569 ) ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.40-33.20 บาทต่อดอลลาร์
ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนข้อมูล
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ยอดขายบ้านใหม่เดือนมี.ค. ดัชนี PMI/ISM ภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนเม.ย. รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตาม PMI ภาคบริการเดือนเม.ย. ของจีนและยูโรโซนด้วยเช่นกัน


