บล.พายเผย ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ มองว่าการที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นได้ แม้มีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-เลบานอน สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา นักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ แนะไม่ให้ถือหุ้นข้ามสัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงจากผลการเจรจา
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นได้รับปัจจัยบวกจากความคาดหวังของนักลงทุนต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก
- ปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะมีขึ้นในวันเสาร์นี้
- โบรกเกอร์มองว่าการที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นได้ แม้มีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-เลบานอน สะท้อนความคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจา
- นักลงทุนยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ และได้รับคำแนะนำไม่ให้ถือหุ้นข้ามสัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงจากผลการเจรจา
หุ้นไทยวันนี้ 10 เม.ย.69 บล.พาย ระบุว่า DowJones เมื่อคืนปิดบวก 275 จุด (+0.58%)นักลงทุนยังคาดคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.2% , WTI +3.6% แม้จะมีข่าว เจรจาระหว่างสหรัฐฯ / อิหร่าน แต่นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวัง เกี่ยวกับ HORMUZ
ปัจจัยต่างประเทศ
เมื่อคืนมีการรายงาน PCE ของ US แต่เป็นเดือน ก.พ. และเป็น ไปตามที่ตลาดคาดการณ์ จึงไม่มีผลใดๆมากกับการลงทุน ปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักอยู่ที่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้ จะมีการโจมตีกันระหว่างอิสราเอล – เลบานอน แต่ถึงอย่างนั้น น้ำมันขยับบวกเพียงเล็กน้อยและหุ้น DowJones ปิดบวกได้ สะท้อนว่านักลงทุนคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจา สำหรับสหรัฐฯ/อิหร่านจะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้
แต่อย่างไรก็ตามคืนนี้ US มีปัจจัยสำคัญได้แก่เงินเฟ้อ (CPI) Consensus ประเมินไว้ที่ 3.4%YoY เป็นระดับที่ค่อนข้างสูง (เดือนก่อน 2.4%YoY) และเข้าใกล้กับ ดอกเบี้ยของ FED หากขยับสูงต่อเนื่องกังวลว่านักลงทุนบาง ส่วนอาจเริ่มมองถึงโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งไม่ดีกับตลาดหุ้น
ปัจจัยในประเทศ
วันนี้ยังคงรอติดตามแถลงนโยบายจากรัฐบาล เมื่อวานมีการแถลงนโยบายอย่าง 10+ ในฝั่งของเศรษฐกิจมีแนวคิดจะปรับ ปรุงให้ไทยสามารถเที่ยวได้ 365 วันพร้อมยกระดับเที่ยวไทยจากปริมาณสู่มูลค่าสูง (มองบวกกับกลุ่มท่องเที่ยว) แต่จากนี้ ต้องรอติดตามว่าจะทำอย่างไร
วันนี้ประเมิน SET INDEX กรอบ 1480 – 1500 เช้านี้จิตวิทยาค่อนข้างเป็นบวก (Kospi +1.9% , Nikkei +1.3%) กลยุทธ์การลงทุนรับความเสี่ยงต่ำไม่ควรถือหุ้น ข้ามสัปดาห์เพราะมีทั้งการเจรจาและเงินเฟ้อ
หุ้นแนะนำวันนี้เน้นที่ได้ประโยชน์จากภาครัฐ อาทิ ค้าปลีก (CPALL HMPRO CPN) ท่องเที่ยว (AWC MINT ERW) กลุ่มการเงิน (MTC SAWAD) อสังหาฯ (AP SPALI)
TOP PICK :
MTC : ราคาเป้าหมาย 48 บาท
คาดกำไรสุทธิในปี 2026 จะขยายตัวต่อเนื่อง 14% YoY หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวล้อกับสินเชื่อขยายตัว
ERW : ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท
คาดผลประกอบการปี 2026 ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว กำหนดการเปิด Hop Inn ใหม่ 9 แห่ง





